ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคาร (24 มี.ค.69) ว่าสหรัฐฯ และอิหร่าน “กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาในตอนนี้” และบอกเป็นนัยว่าเตหะรานเองก็ต้องการทำข้อตกลงสันติภาพ แม้ว่าสาธารณรัฐอิสลามจะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ระหว่างการเจรจาโดยตรงกับวอชิงตันก็ตาม
ทรัมป์กล่าวในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ว่า เขาตัดสินใจถอยจากคำขู่ล่าสุดที่จะสั่งโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน “เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าเรากำลังเจรจากันอยู่”
“พวกเขากำลังคุยกับเรา และพวกเขาก็คุยด้วยเหตุด้วยผล” ทรัมป์กล่าว เมื่อถูกถามให้ขยายความถึงเหตุผลที่เปลี่ยนท่าที
ต่อมาในวันอังคาร หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงาน โดยอ้างเจ้าหน้าที่นิรนามสองรายว่า สหรัฐฯ ได้ส่งแผน 15 ข้อให้อิหร่านเพื่อยุติสงคราม
นิวยอร์กไทมส์ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าแผนดังกล่าวที่ถูกส่งผ่านทางปากีสถาน ถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่อิหร่านวงกว้างเพียงใด นอกจากนี้ยังไม่ชัดเจนด้วยว่าอิสราเอล ซึ่งกำลังโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐฯ จะสนับสนุนแผนนี้หรือไม่ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์
หนึ่งวันก่อนหน้านั้น ทรัมป์บอกผู้สื่อข่าวว่า มี “ประมาณ 15” ประเด็นที่สหรัฐฯ และอิหร่านเห็นพ้องต้องกัน โดยการป้องกันไม่ให้อิหร่านได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์คือ “ข้อหนึ่ง สอง และสาม” ในรายการนั้น ตามคำกล่าวของเขา
ทรัมป์ซึ่งให้สัมภาษณ์ในห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันอังคาร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ หลายคนมีส่วนร่วมในการเจรจานี้ โดยเอ่ยชื่อรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ
ก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยและที่ปรึกษาคนสนิทของเขา กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับคู่เจรจาอิหร่านในค่ำวันอาทิตย์
ท่ามกลางความขัดแย้งด้านสารส่งออกสู่สาธารณะระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกี่ยวกับประเด็นการเจรจา มีรายงานจากหลายสำนักข่าวว่า ผู้นำในภูมิภาคกำลังดำเนินความพยายามทางการทูตหลังฉาก เพื่อช่วยเป็นคนกลางในการยุติสงคราม
เมื่อช่วงเช้าวันอังคารก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน โพสต์ใน X ระบุว่าประเทศของเขาพร้อมอำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างสองประเทศ ต่อมาในช่วงสายของวันเดียวกัน ทรัมป์ได้แชร์ภาพหน้าจอโพสต์ของชารีฟบนบัญชี Truth Social อย่างเป็นทางการของเขา
เมื่อถูกถามว่าการที่ทรัมป์โพสต์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณว่าเขาพร้อมจะรับข้อเสนอของปากีสถานหรือไม่ โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ ตอบซีเอ็นบีซี ว่า “นี่เป็นการหารือทางการทูตที่ละเอียดอ่อน และสหรัฐฯ จะไม่เจรจาผ่านสื่อมวลชน”
“ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์และคณะผู้เจรจากำลังสำรวจโอกาสครั้งใหม่ด้านการทูตนี้ ปฏิบัติการทางทหาร Epic Fury ยังเดินหน้าต่อโดยไม่ชะลอ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการทหารที่ผู้บัญชาการสูงสุดและเพนตากอนได้กำหนดไว้” เลวิตต์กล่าว ในถ้อยแถลงช่วงบ่ายวันอังคาร ทรัมป์ย้ำคำกล่าวอ้างของเขาว่า สหรัฐฯ ชนะสงครามในอิหร่านแล้ว
ทรัมป์กล่าวว่า เป้าหมายหลักของสงครามคือการทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ “เรากำลังพูดคุยกันเรื่องนั้น และผมไม่อยากพูดล่วงหน้า แต่พวกเขายอมรับแล้วว่าพวกเขาจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ พวกเขายอมรับแล้ว” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทรัมป์ก็ยังไม่ถอยจากแผนที่จะขอให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายงบประมาณพิเศษที่เกี่ยวข้องกับสงคราม ซึ่งตามรายงานอาจมีมูลค่ารวมถึง 200,000 ล้านดอลลาร์
และก่อนหน้านั้นในวันอังคาร เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า เพนตากอนกำลังเตรียมแผนส่งทหารจากกองพลโดดร่มที่ 82 ของกองทัพบกสหรัฐฯ ราว 3,000 นายไปยังตะวันออกกลาง
“การประกาศทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการส่งกำลังทหารจะออกมาจากกระทรวงสงครามเท่านั้น อย่างที่เราเคยกล่าวไปแล้วว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีทางเลือกด้านการทหารทุกทางอยู่บนโต๊ะเสมอ” แอนนา เคลลีย์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวกับซีเอ็นบีซี เมื่อถูกถามถึงรายงานดังกล่าว
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ








