ราคาทองคำปรับร่วงลงต่อทำจุดต่ำสุดที่ 4,163 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงมากกว่า 10% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปรับตัวรายสัปดาห์ที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 โดย Greg Shearer หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์โลหะพื้นฐานและโลหะมีค่าของ JPMorgan ระบุว่า “นี่คือการเทขายที่รุนแรงอย่างมาก” พร้อมเสริมว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าทองคำกำลังได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงเชิงระบบในตลาด ที่นักลงทุนเลือกเทขายสินทรัพย์แทบทุกประเภทพร้อมกัน
ทั้งนี้ ทองคำและโลหะมีค่าอื่น ๆ เผชิญแรงขายอย่างหนัก เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้ผลักดันคาดการณ์เงินเฟ้อให้สูงขึ้น และเพิ่มความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางอื่น ๆ อาจไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในปีนี้ ขณะที่ในยุโรป ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูง เจ้าหน้าที่บางส่วนเริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ในขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้กดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลงมากกว่า 14% นับตั้งแต่การเริ่มต้นของสงคราม เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย จึงมีความน่าสนใจลดลงเมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น
Ewa Manthey นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของ ING ระบุว่า ในระยะสั้น ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า รวมถึงสภาพคล่องสูงของทองคำ อาจทำให้ทองคำถูกใช้เป็นแหล่งระดมเงินทุนในช่วงที่ตลาดเผชิญความตึงเครียด
แม้ว่าทองคำจะเริ่มต้นปีด้วยแรงหนุนที่แข็งแกร่ง หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 65% ในปี 2025 แต่ในระยะหลังนักลงทุนเริ่มกังวลว่าปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลาง ซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด อาจเริ่มเปลี่ยนแปลงไปภายใต้ข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง โดย Shearer จาก JPMorgan ระบุว่า ตลาดกำลังกังวลว่าการผสมผสานของแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และอัตราแลกเปลี่ยน อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในทิศทางการถือครองและการซื้อทองคำของธนาคารกลาง
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองระยะยาว นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ยังคงมีท่าทีเชิงบวกต่อทองคำ โดยระบุว่า หากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านพลังงานยืดเยื้อ และผลกระทบต่อเงินเฟ้อรวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจมีความรุนแรงมากขึ้น ปัจจัยพื้นฐานของทองคำอาจพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญในระยะเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยลงอาจเร่งให้ธนาคารกลางสหรัฐหันมาผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายด้านการจ้างงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของ Fed ถูกให้ความสำคัญมากขึ้น
ในภาพรวม กลุ่มโลหะอุตสาหกรรมก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยราคาโลหะเงินและทองแดงปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของอุปสงค์ในตลาดโลก
ที่มา : Yahoo Finance








