ข่าวสารการลงทุน

ญี่ปุ่น-จีน นำต่างชาติเทขายพันธบัตรสหรัฐ หลังผลกระทบสงครามอิหร่านจุดชนวนความกังวลค่าเงิน

21 พฤษภาคม 2569|14:42 น.

รายงานระบุว่า รัฐบาลต่างชาติ โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น และ จีน ได้ปรับลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (U.S. Treasurys) ในเดือนมีนาคม หลังผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง และสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย จนธนาคารกลางหลายประเทศต้องขายสินทรัพย์สกุลดอลลาร์เพื่อนำเงินไปพยุงค่าเงินของตน

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐชี้ว่า จีนลดการถือครองลงเหลือ 652.3 พันล้านดอลลาร์ ลดลงราว 6% จากเดือนก่อนหน้า และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2008 ขณะที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่ที่สุด ปรับลดลงประมาณ 47 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 1.191 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลให้การถือครองรวมของต่างชาติลดลงสู่ระดับ 9.25 ล้านล้านดอลลาร์ จาก 9.49 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์

image 221
ที่มา : ticdata.treasury.gov | 21 พ.ค. 2569

แรงขายดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ค่าเงินเยนและสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว จากผลกระทบของราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น โดยประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง เช่น ญี่ปุ่น ต้องเผชิญกับแรงกระแทกด้านพลังงานครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายต้องใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงิน

นักวิเคราะห์จาก HSBC ระบุว่า ความผันผวนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากสงคราม และแรงกดดันต่ออัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะในเอเชีย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางต้องขายพันธบัตรสหรัฐเพื่อนำเงินไปแทรกแซงค่าเงิน

นอกจากนี้ การปรับพอร์ตการลงทุนในช่วงตลาดผันผวน รวมถึงความกังวลเงินเฟ้อและราคาพันธบัตรที่ปรับลดลง ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดการขายสินทรัพย์ดังกล่าว โดยนักลงทุนบางส่วนเลือกถือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงแทน เพื่อรองรับความจำเป็นในการใช้เงินในอนาคต

ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเผชิญแรงกดดันอย่างมาก โดยอัตราผลตอบแทน (Bond Yield) ปรับตัวสูงขึ้น จากความกังวลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์สงคราม ส่งผลให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นในการถือครองหนี้สหรัฐ ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติยังเผชิญผลขาดทุนจากมูลค่าพันธบัตรระยะยาวรวมกว่า 142.1 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว

อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรกลับสวนกระแส โดยเพิ่มการถือครองพันธบัตรสหรัฐราว 29.6 พันล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 926.9 พันล้านดอลลาร์

ในกรณีของจีน แม้ตัวเลขทางการจะสะท้อนการลดการถือครอง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าอาจไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากมีการถือครองผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ในประเทศที่สาม เช่น เบลเยียม และ ลักเซมเบิร์ก ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นช่องทางการลงทุนของเงินทุนจากจีน ทำให้เมื่อรวม “การถือครองเงา” แล้ว ระดับการถือครองโดยรวมอาจยังคงทรงตัว

ด้านญี่ปุ่นยังถูกจับตาว่าอาจต้องขายพันธบัตรสหรัฐเพิ่มเติม หากจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อแทรกแซงค่าเงินเยน หลังค่าเงินอ่อนค่าทะลุระดับสำคัญที่ 160 เยนต่อดอลลาร์ จากต้นทุนนำเข้าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่า สหรัฐต้องการให้ญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงการขายพันธบัตร และอาจสนับสนุนทางเลือกอื่น เช่น ความร่วมมือด้านแร่สำคัญ เทคโนโลยีขั้นสูง และความมั่นคง เพื่อช่วยลดแรงกดดันต่อทุนสำรองระหว่างประเทศของญี่ปุ่นในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง : CNBC

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
xi putin

ปูติน-สีจิ้นผิง ลงนามข้อตกลง 40 ฉบับ ยืนยันสัมพันธ์แน่นแฟ้น

13:38 น.

 
FOMC

รายงานการประชุมเฟดชี้กรรมการจำนวนมากเริ่มเปิดทางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

10:37 น.

 
usa iran

อิหร่านเดินหน้าถกสหรัฐฯ ผ่านปากีสถาน เล็งคลายล็อกวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

10:27 น.

 
trump cnn

“ทรัมป์” เผยการเจรจากับอิหร่านกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย

10:26 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า