“ทรัมป์” เผยสหรัฐชะลอแผนโจมตีอิหร่านที่เดิมเตรียมไว้ในวันอังคาร หลังผู้นำกาตาร์ ซาอุฯ และ UAE ขอเวลาอีก 2-3 วัน หวังผลักดันการเจรจาสำเร็จ ย้ำหากไม่มีข้อตกลงเรื่องไร้นิวเคลียร์อิหร่าน พร้อมเปิดปฏิบัติการเต็มรูปแบบทันที
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.05 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศระงับแผนโจมตีอิหร่านที่เดิมมีกำหนดในวันอังคารนี้ หลังผู้นำ 3 ชาติสำคัญในตะวันออกกลางร้องขอให้ชะลอปฏิบัติการ เพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อไป
ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า เขาได้แจ้งต่อผู้นำกองทัพสหรัฐแล้วว่า “เราจะไม่ดำเนินการโจมตีอิหร่านตามแผนในวันพรุ่งนี้” หลังได้รับการร้องขอจากชีคทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย และชีคโมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ประธานาธิบดีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ก่อนหน้านี้ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐเตรียมเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันอังคาร โดยทรัมป์เพียงให้สัมภาษณ์กับ New York Post ว่า อิหร่านรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นในไม่ช้า แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
รายงานของ Axios ระบุว่า ทรัมป์กำลังพิจารณากลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง หลังเห็นว่าคำตอบล่าสุดของอิหร่านในการเจรจายุติสงครามยังไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างงานที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ ทรัมป์เปิดเผยว่า “เรากำลังเตรียมโจมตีครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้” แต่ตัดสินใจเลื่อนออกไป “ชั่วคราว หรืออาจจะตลอดไป” เพราะขณะนี้มีการหารือครั้งสำคัญกับอิหร่าน และต้องรอดูว่าการเจรจาจะนำไปสู่อะไร
ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า หลายประเทศได้ร้องขอให้สหรัฐชะลอการโจมตีออกไป “อีก 2-3 วัน” เพราะเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว พร้อมระบุว่า หากอิหร่านยอมรับข้อตกลงที่ไม่รวมการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ “สหรัฐก็น่าจะพึงพอใจเช่นกัน”
ในโพสต์ดังกล่าว ทรัมป์ย้ำว่า ผู้นำทั้ง 3 ประเทศเชื่อว่าการเจรจาที่กำลังเกิดขึ้นมีความจริงจัง และมีโอกาสนำไปสู่ข้อตกลงที่สหรัฐ ประเทศในตะวันออกกลาง และทั่วโลกยอมรับได้
“ข้อตกลงนี้จะต้องรวมถึงเรื่องสำคัญที่สุด คือ อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” ทรัมป์ระบุ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า แม้จะยกเลิกแผนโจมตีในวันอังคาร แต่ได้สั่งให้รัฐมนตรีกลาโหม พีต เฮกเซธ และพล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เตรียมพร้อมสำหรับ “ปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ” ทันที หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่สหรัฐยอมรับได้
ด้านสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงตึงเครียด โดยสหรัฐและอิหร่านยังเผชิญภาวะเผชิญหน้าทางทหารและเศรษฐกิจบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปิดกั้นการเดินเรือของทั้งสองฝ่าย จนเรือจำนวนมากไม่สามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้
ความขัดแย้งในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เริ่มต้นเมื่อเกือบ 6 สัปดาห์ก่อนอยู่ในภาวะเปราะบาง แม้ข้อตกลงจะยังมีผลอย่างเป็นทางการ แต่ก็ถูกละเมิดจากการปะทะหลายครั้ง โดยทรัมป์เคยกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวกำลังอยู่ในสภาพต้องพยุงชีวิต (life support)
อ้างอิง : cnbc.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








