สหรัฐ-อิหร่าน เตรียมลงนาม MOU 19 มิ.ย. ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยร่างข้อตกลง 14 ข้อระบุถึงยุติสงคราม เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ผ่อนคลายคว่ำบาตร ปลดล็อกทรัพย์สิน และแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่าน
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 05.09 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐและอิหร่านเตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาเป็นเวลา 60 วัน โดยมีเป้าหมายยุติสงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างถาวร และกำหนดกรอบควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างเข้มงวด
ร่าง MOU 14 ข้อที่ Bloomberg ได้รับมา สะท้อนข้อตกลงแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ระหว่างการผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน กับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์และการฟื้นฟูเสถียรภาพในตะวันออกกลาง
สาระสำคัญของร่างข้อตกลงประกอบด้วย
- สหรัฐ อิหร่าน และพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง จะประกาศยุติสงครามอย่างถาวรในทุกสมรภูมิ รวมถึงเลบานอน พร้อมให้คำมั่นว่าจะไม่ใช้กำลัง ไม่คุกคาม และไม่ดำเนินการทางทหารต่อกันอีกในอนาคต
- ทั้งสองฝ่ายจะเคารพอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และไม่แทรกแซงกิจการภายในประเทศของอีกฝ่าย
- ทั้งสองฝ่ายตกลงเข้าสู่การเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงสันติภาพฉบับสุดท้ายภายใน 60 วัน และสามารถขยายระยะเวลาได้หากเห็นชอบร่วมกัน
- ทันทีที่ลงนาม MOU สหรัฐจะยุติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ยกเลิกการขัดขวางการเดินเรือ และฟื้นฟูการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับก่อนสงครามภายใน 30 วัน รวมถึงถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่โดยรอบภายใน 30 วันหลังบรรลุข้อตกลงสุดท้าย
- อิหร่านจะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ขจัดอุปสรรคทางเทคนิค และฟื้นฟูการเดินเรือระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลโอมานให้กลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายใน 30 วัน
- สหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาคจะร่วมกันจัดทำแผนฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจอิหร่าน โดยรับประกันเงินทุนอย่างน้อย 300,000 ล้านดอลลาร์ และกำหนดกลไกดำเนินงานภายใน 60 วัน
- สหรัฐจะยุติมาตรการคว่ำบาตรทุกประเภทต่ออิหร่านตามกรอบเวลาที่จะกำหนดในข้อตกลงสุดท้าย รวมถึงมาตรการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC), มาตรการของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐ
- อิหร่านย้ำว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ วัสดุนิวเคลียร์ และความต้องการด้านพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมด จะถูกกำหนดรายละเอียดในข้อตกลงฉบับสุดท้าย
- ระหว่างที่ยังไม่มีข้อตกลงสุดท้าย อิหร่านจะไม่ขยายโครงการนิวเคลียร์เพิ่มเติม ขณะที่สหรัฐจะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรใหม่หรือเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค
- กระทรวงการคลังสหรัฐจะออกใบผ่อนผัน (Waiver) ให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และอนุพันธ์ต่าง ๆ รวมถึงธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร ประกันภัย และการขนส่ง ได้ทันทีหลังการลงนาม
- สหรัฐจะทยอยปล่อยเงินทุนและทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดหรือจำกัดการเข้าถึง ให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยจะออกใบอนุญาตและการอนุมัติที่จำเป็นทั้งหมด
- สหรัฐและอิหร่านจะร่วมกันจัดตั้งกลไกตรวจสอบและติดตามผล เพื่อรับรองว่าทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามพันธกรณีและเงื่อนไขของข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง
- เมื่อเริ่มดำเนินการตามข้อ 4, 5, 10 และ 11 แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะเข้าสู่การเจรจาเฉพาะประเด็นที่เหลือ เพื่อจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์
- ข้อตกลงฉบับสุดท้ายจะถูกเสนอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติรับรองผ่านมติที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อสร้างหลักประกันในการบังคับใช้ข้อตกลงในระยะยาว
โดยภาพรวม ร่าง MOU ฉบับนี้ถือเป็นข้อเสนอที่ให้อิหร่านได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ทั้งการกลับมาส่งออกน้ำมัน การเข้าถึงทรัพย์สินที่ถูกอายัด และแผนสนับสนุนเศรษฐกิจมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐต้องการแลกกับการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการรับประกันว่าอิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต
อ้างอิง : www.bloomberg.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








