โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงท่าทีเพิ่มการสนับสนุนยูเครน พร้อมเรียกร้องให้รัสเซียเข้าสู่การเจรจาเพื่อยุติสงคราม หลังความสนใจของสหรัฐฯ เริ่มหันกลับไปยังยุโรป ท่ามกลางความคาดหวังว่าความขัดแย้งกับอิหร่านใกล้เข้าสู่บทสรุป
ทรัมป์มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ที่เมืองเอวิญง ประเทศฝรั่งเศส โดยสหรัฐฯ เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจกับอิหร่านในวันศุกร์ เพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานเกือบ 4 เดือน นอกจากนี้ ยังมีกำหนดหารือกับผู้นำประเทศต่าง ๆ รวมถึง โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน
ทรัมป์เข้าร่วมการประชุมร่วมกับผู้นำ G7 และเซเลนสกี ซึ่งใช้เวลานานกว่ากำหนด ก่อนจะมีการหารือแยกต่างหากร่วมกับผู้นำยูเครนและ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ นอกรอบการประชุม
ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้มีการหารือที่ “เป็นไปด้วยดี” กับเซเลนสกี พร้อมระบุว่า “รัสเซียควรทำข้อตกลง” โดยชี้ว่าสงครามครั้งนี้สร้างความสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่าย ทั้งรัสเซียและยูเครน
ทรัมป์ยังเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับ วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาการสนทนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมยอมรับว่าแม้เคยคาดว่าสงครามนี้จะยุติได้ง่าย แต่ความไม่ลงรอยกันระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุว่าเขาสามารถยุติสงครามยูเครนได้ภายในหนึ่งวัน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเขายอมรับว่าสถานการณ์มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยกล่าวว่า “เราจะทำทุกวิถีทาง” เพื่อยุติความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ด้านเซเลนสกีเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า การหารือในขณะนี้เป็น “การประชุมเชิงสาระสำคัญ” โดยเน้นเป้าหมายหลักในการเสริมความแข็งแกร่งด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศ และผลักดันการเจรจาทางการทูตเพื่อยุติสงคราม
ขณะเดียวกัน ชาติยุโรปในกลุ่ม G7 พยายามใช้เวทีการประชุมครั้งนี้กดดันให้สหรัฐฯ ยืนยันบทบาทในการสนับสนุนยูเครนต่อไป และผลักดันแนวทางการยุติสงครามผ่านการเจรจา
แอมานุแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่า ปัจจุบันยุโรปเป็นผู้สนับสนุนยูเครนเกือบทั้งหมด และเรียกร้องให้พันธมิตร โดยเฉพาะสหรัฐฯ ยังคงมีบทบาทอย่างต่อเนื่อง
ด้านผู้นำสหภาพยุโรป ได้แก่ อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และ อังตอนียู กอชตา ประธานสภายุโรป ระบุว่า แพ็กเกจเงินกู้มูลค่า 90,000 ล้านยูโร ครอบคลุมความต้องการทางการเงินของยูเครนประมาณ 2 ใน 3 จนถึงปี 2027 และเรียกร้องให้พันธมิตรอื่นเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับพันธมิตรยุโรปยังคงตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นที่ยุโรปและนาโตไม่สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง รวมถึงข้อพิพาทด้านนโยบายภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับฝรั่งเศส
แม้จะมีความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกในการประชุมครั้งนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า โอกาสเกิดความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการเจรจาสันติภาพยังคงจำกัด
ทั้งนี้ สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนเริ่มต้นจากการที่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 หลังจากก่อนหน้านั้นได้ผนวกคาบสมุทรไครเมียในปี 2014 และสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกของยูเครน ซึ่งกลายเป็นชนวนความขัดแย้งยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน
อ้างอิง : CNBC








