การประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Federal Reserve ที่จะสิ้นสุดลงในวันพุธนี้ อาจมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้น เมื่อมีความเป็นไปได้ว่า “Dot Plot” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย อาจไม่ถูกเปิดเผยอย่างครบถ้วนเหมือนที่ผ่านมา
โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด หรือ Federal Open Market Committee เตรียมเผยแพร่รายงานคาดการณ์เศรษฐกิจรายไตรมาส ซึ่งรวมถึงมุมมองของกรรมการแต่ละรายต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปีปัจจุบันไปจนถึงปี 2028 และระยะยาว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวถูกนำเสนอในรูปแบบ “Dot Plot” ที่ตลาดการเงินใช้วิเคราะห์ทิศทางนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากในวอลล์สตรีทคาดว่า ประธานเฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช อาจไม่ส่งประมาณการดอกเบี้ยของตนเข้าสู่ Dot Plot ไม่ว่าจะเป็นเพราะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นตำแหน่งหลังเข้ารับหน้าที่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม หรือเนื่องจากเขามีมุมมองเชิงลบต่อเครื่องมือดังกล่าว โดยเฉพาะในแง่ของการให้สัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับนโยบายการเงิน
หากวอร์ชไม่เข้าร่วมการให้ข้อมูลใน Dot Plot จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากแนวปฏิบัติที่ใช้มาต่อเนื่องกว่า 14 ปีหลังวิกฤตการเงินโลก และอาจสร้างแรงตึงเครียดภายในคณะกรรมการ เนื่องจากกรรมการบางส่วนยังเห็นว่า Dot Plot เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารกับสาธารณะ อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปวิธีการสื่อสารของธนาคารกลางในยุควอร์ช
บิล อิงลิช อดีตหัวหน้าฝ่ายนโยบายการเงินของเฟด และปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเยล ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่วอร์ชจะไม่ต้องการให้ประมาณการอัตราดอกเบี้ย พร้อมเสริมว่าอาจมีกรรมการคนอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับ Dot Plot เช่นกัน
วอร์ชเคยแสดงความเห็นคัดค้านเครื่องมืออย่าง Dot Plot และการให้สัญญาณล่วงหน้า โดยมองว่าสิ่งเหล่านี้อาจจำกัดความยืดหยุ่นในการตัดสินใจของเฟด Dot Plot เป็นส่วนหนึ่งของรายงาน Summary of Economic Projections ซึ่งยังรวมถึงการคาดการณ์อัตราว่างงาน เงินเฟ้อ และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ โดยรายงานดังกล่าวเป็นเพียงค่ากลางของมุมมองกรรมการ ไม่ใช่การคาดการณ์อย่างเป็นทางการของเฟด
นักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of America คาดว่าวอร์ชจะไม่ส่งข้อมูลเข้าสู่ Dot Plot ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จาก Goldman Sachs ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัด
ก่อนหน้านี้ ในการให้การต่อวุฒิสภา วอร์ชได้วิจารณ์ว่าเฟดมีการสื่อสารมากเกินไป และยกตัวอย่างกรณีที่เฟดประเมินเงินเฟ้อในช่วงปี 2021–2022 ว่าเป็นเพียง “ชั่วคราว” ซึ่งนำไปสู่การปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในเวลาต่อมาเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 40 ปี
วอร์ชยังระบุว่า การเปิดเผยคาดการณ์ล่วงหน้ามากเกินไป อาจทำให้เฟดยึดติดกับมุมมองเดิมนานเกินควร และเสนอว่าเฟดควรรอจนถึงช่วงประชุมก่อนตัดสินใจ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดสะสม
อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินยังคงให้ความสำคัญกับ Dot Plot และรายงานดังกล่าวอย่างมาก โดย ลิซ แอนน์ ซอนเดอร์ส นักกลยุทธ์การลงทุนจาก Charles Schwab ระบุว่า แม้ความแม่นยำของข้อมูลจะไม่สูงมาก แต่ตลาดมักตอบสนองต่อมุมมองของเฟดที่สะท้อนผ่านเครื่องมือนี้
ด้าน คลอเดีย ซาห์ม นักเศรษฐศาสตร์จาก New Century Advisors เตือนว่า หากวอร์ชและกรรมการบางส่วนไม่เปิดเผยข้อมูล อาจทำให้ตลาดตีความว่าเฟดกำลังพยายามปกปิดท่าที “เข้มงวด” ในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง
แหล่งอ้างอิง : CNBC








