ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (14 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินลดลง 0.31% แตะที่ระดับ 100.919
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. โดยการชะลอตัวของดัชนี CPI เดือนมิ.ย. มีสาเหตุมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลงในเดือนดังกล่าว
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค.
เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า หลังการเปิดเผยดัชนี CPI นักลงทุนให้น้ำหนัก 83.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 58.3% ในวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ก่อนสิ้นปีนี้
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต จะปรับตัวขึ้น 6.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 6.5% ในเดือนพ.ค. และคาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน (CorePPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนพ.ค.
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูถ้อยแถลงวันที่สองของเควิน วอร์ช ประธานเฟดในวันนี้เช่นกัน โดยวอร์ชมีกำหนดแถลงต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภา ในเวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








