ท่ามกลางแรงขายในตลาดพันธบัตรโลกและความผันผวนจากสงครามตะวันออกกลาง นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ทั่วโลกหันเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน “พันธบัตรจีน”
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 12.38 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักลงทุนสถาบันทั่วโลกกำลังเพิ่มสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลจีนในพอร์ตการลงทุนมากขึ้น นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้น โดยไม่ได้มองที่ผลตอบแทนเป็นหลัก แต่ให้ความสำคัญกับคุณสมบัติในการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากพันธบัตรจีนมีความสัมพันธ์กับตลาดการเงินตะวันตกในระดับต่ำมาก หรือแทบเป็นศูนย์
ในช่วงที่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกเผชิญแรงขายอย่างหนักตั้งแต่เดือนมีนาคม ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อังกฤษ ยุโรป และญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้นระหว่าง 35-60 จุดเบสิสพอยต์ (bps) พันธบัตรรัฐบาลจีนกลับเคลื่อนไหวสวนทาง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี ลดลงราว 8 จุดเบสิสพอยต์
ผลงานที่โดดเด่นดังกล่าวเริ่มดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) ธนาคารกลาง บริษัทประกันภัย และผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ทั่วโลก จนเกิดการทบทวนแนวทางการจัดพอร์ตการลงทุนใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่สินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมหลายประเภทเริ่มสูญเสียเสน่ห์
เว่ย หลี่ หัวหน้าฝ่ายการลงทุนหลายสินทรัพย์ของ BNP Paribas Securities กล่าวว่า พันธบัตรรัฐบาลจีนกำลังตอบโจทย์นักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการรักษาเงินต้น (Capital Preservation) และต้องการลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน
“ความน่าสนใจของสินทรัพย์ไม่ได้วัดจากผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูในแง่ผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงด้วย ซึ่งจีนมีจุดเด่นเรื่องเสถียรภาพของราคาอย่างมาก” หลี่กล่าว
ความโดดเด่นของพันธบัตรจีนยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ปลอดภัยอื่น ๆ โดยเฉพาะทองคำ ซึ่งปรับตัวลดลงแล้วราว 25% จากระดับสูงสุดในเดือนมกราคม
ข้อมูลจากตลาดทุนระบุว่า กองทุน ETF ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปีของ Guotai สร้างผลตอบแทนได้ 1.26% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่กองทุน ETF พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 7-10 ปี ของ iShares ให้ผลตอบแทนติดลบ 2.57% และกองทุนพันธบัตรรัฐบาลยุโรปของ Invesco ติดลบ 1.23%
มัทเธียส เดทท์ไวเลอร์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้เชิงรุกของ UBS Asset Management กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลจีนกับอัตราดอกเบี้ยในยุโรปอยู่ในระดับใกล้ศูนย์ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง
“สำหรับนักลงทุนที่เน้นการรักษาเงินต้นหรือกระจายพอร์ตการลงทุน ผมอาจถึงขั้นบอกได้เลยว่า ระดับผลตอบแทนของพันธบัตรไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด” เขากล่าว
นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดพันธบัตรจีนมีเสถียรภาพมากกว่าประเทศอื่น คือการที่จีนมีทุนสำรองพลังงานในระดับสูง ธนาคารกลางจีนยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย และแรงกดดันเงินเฟ้อยังค่อนข้างต่ำจากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวช้า
นอกจากนี้เงินออมภาคครัวเรือนจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ระบบธนาคารและถูกนำไปลงทุนในตลาดพันธบัตร ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกดอัตราผลตอบแทนให้อยู่ในระดับต่ำ
เจอโรม เทย์ ผู้จัดการการลงทุนอาวุโสด้านตราสารหนี้ของ Aberdeen กล่าวว่า สภาพคล่องในระบบการเงินจีนยังคงอยู่ในระดับสูงมาก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดพันธบัตรรัฐบาลจีน
ปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี อยู่ที่ราว 1.75% ซึ่งต่ำกว่าญี่ปุ่นประมาณ 1 จุดเปอร์เซ็นต์ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดตราสารหนี้โลก
อย่างไรก็ตามแตกต่างจากญี่ปุ่นที่เงินทุนจำนวนมากไหลออกไปลงทุนต่างประเทศในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จีนยังคงมีมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เข้มงวด ทำให้เม็ดเงินส่วนใหญ่ยังหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ
สตีเฟน ชาง ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนประจำภูมิภาคเอเชียของ PIMCO กล่าวว่า ความแตกต่างของภาวะเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินระหว่างจีนกับประเทศพัฒนาแล้ว เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดพันธบัตรจีนยังคงมีเสถียรภาพมากกว่าตลาดตราสารหนี้โลกในช่วงที่ความผันผวนเพิ่มขึ้น
เขาระบุว่า PIMCO ยังคงรักษาสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตรจีนต่อไป โดยเน้นการค้นหาโอกาสลงทุนที่ให้มูลค่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับตลาดอื่น
อ้างอิง : reuters.com







