BOJ จ่อขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 80% หลังเยนอ่อนค่า-เงินเฟ้อพุ่ง จ่อเร่งจังหวะคุมเข้มจากเดิมปีละ 2 ครั้ง
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 12.55 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเร็วที่สุดในการประชุมนโยบายการเงินเดือนกันยายน และกำลังพิจารณาเร่งจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยให้ถี่กว่าปัจจุบันที่เฉลี่ยประมาณปีละ 2 ครั้ง ท่ามกลางความกังวลเพิ่มขึ้นว่าแรงกดดันด้านราคาอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงเกินเป้าหมาย
สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างแหล่งข่าว 3 รายที่ทราบแนวคิดของ BOJ ว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้เริ่มมีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยการประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไปในวันที่ 17-18 กันยายน 2569 อาจเป็นจังหวะที่ BOJ ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย
แหล่งข่าวรายหนึ่ง ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้เริ่มอยู่ในสายตาแล้ว พร้อมระบุว่า BOJ อาจพิจารณาเร่งความถี่ของการขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไป ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับแหล่งข่าวอีกราย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความกังวลของBOJ ต่อแรงกดดันเงินเฟ้อจากหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความต้องการที่แข็งแกร่งจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก รวมถึงการอ่อนค่าของเงินเยนที่ยังดำเนินต่อไป แม้ญี่ปุ่นและสหรัฐจะร่วมกันเข้าแทรกแซงตลาดเงินตราอย่างไม่ปกติเมื่อเดือนที่ผ่านมา
นับตั้งแต่ยุตินโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ดำเนินมานานกว่าทศวรรษในปี 2567 BOJค่อย ๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในจังหวะประมาณปีละ 2 ครั้ง โดยล่าสุดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ส่งให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายแตะ 1% สูงสุดในรอบ 31 ปี
แม้ BOJจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม แต่ธนาคารกลางได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจนถึงขณะนี้ว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด หลังเตือนว่าแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานสูงเกินเป้าหมาย 2%
รายงานสรุปความคิดเห็นจากการประชุมเดือนกรกฎาคมยังแสดงให้เห็นว่า กรรมการBOJ บางรายสนับสนุนให้เร่งจังหวะการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อป้องกันไม่ให้นโยบายการเงินตามหลังสถานการณ์เงินเฟ้อ
คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการBOJ ระบุหลังการประชุมครั้งล่าสุดว่า จะนำความกังวลของกรรมการเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมาประกอบการตัดสินใจในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป พร้อมเปิดทางว่า BOJสามารถเร่งการขึ้นดอกเบี้ยได้ หากประเมินว่าภาวะการเงินยังผ่อนคลายมากเกินไป
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ BOJจับตา คือ การคาดการณ์เงินเฟ้อ (Inflation Expectations) ซึ่งมีสัญญาณปรับตัวสูงขึ้น โดยผลสำรวจครัวเรือน ภาคธุรกิจ และนักเศรษฐศาสตร์หลายชุดชี้ว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อกำลังเข้าใกล้หรือสูงกว่าระดับ 2%
ขณะเดียวกันเงินเฟ้อราคาขายส่งรายปีของญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคมยังทรงตัวในระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี เพิ่มความเสี่ยงที่ภาคธุรกิจจะส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภค
อีกหนึ่งแรงกดดันสำคัญคือ เงินเยนที่ยังอ่อนค่า แม้จะฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีที่ทำไว้เมื่อเดือนก่อน แต่แนวโน้มอ่อนค่ายังมีโอกาสผลักดันต้นทุนนำเข้าและราคาสินค้าหลากหลายประเภทให้สูงขึ้น
แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า เมื่อเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่นกำลังเข้าใกล้เป้าหมาย 2% BOJจำเป็นต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงเกินคาด
ก่อนหน้านี้ BOJ ย้ำว่าจำเป็นต้องประเมินผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยที่ผ่านมาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายกำลังเข้าใกล้ระดับที่ถือว่าเป็นกลางต่อเศรษฐกิจ ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังมีความเปราะบางบางด้าน
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ BOJไม่สามารถรอได้นานก่อนตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยรอบต่อไป
การแทรกแซงตลาดเงินเยนร่วมกันระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ เมื่อเดือนที่แล้ว รวมถึงท่าทีจาก สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยิ่งทำให้ตลาดจับตาว่า BOJ จะใช้นโยบายดอกเบี้ยรับมือกับการอ่อนค่าของเงินเยนอย่างไร
ล่าสุด ตลาดการเงินให้น้ำหนัก เกือบ 80% ว่า BOJจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
นักวิเคราะห์บางรายมองว่า หาก BOJขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนจริง อาจเปิดทางให้ธนาคารกลางปรับขึ้นดอกเบี้ยได้อีกครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งจะเท่ากับว่า BOJอาจเปลี่ยนจากจังหวะขึ้นดอกเบี้ยประมาณปีละ 2 ครั้ง ไปสู่การปรับขึ้นในระดับ ประมาณไตรมาสละครั้ง หากแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
อ้างอิง : www.reuters.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








