เควิน วอร์ช ผู้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ ผ่านด่านสำคัญในวุฒิสภาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเป็นการลงมติในเชิงกระบวนการที่เปิดทางให้เขาเข้าใกล้การได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการมากขึ้น และเตรียมรับตำแหน่งต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งวาระผู้นำกำลังจะสิ้นสุดลงในวันศุกร์นี้
วุฒิสภาคาดว่าจะเดินหน้าลงมติรับรองวอร์ชให้ดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ วาระ 14 ปี ได้เร็วที่สุดในวันอังคาร จากนั้นจะเริ่มกระบวนการรับรองให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งมีวาระ 4 ปี โดยอาจมีการลงมติในตำแหน่งดังกล่าวเร็วที่สุดในวันพุธ
ภายใต้การควบคุมของพรรครีพับลิกัน วุฒิสภามีแนวโน้มที่จะอนุมัติวอร์ชขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ของธนาคารกลาง ในช่วงเวลาที่ความเป็นอิสระของธนาคารกลางกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินมาตรการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพื่อเพิ่มอิทธิพลต่อธนาคารกลาง ไม่ว่าจะเป็นความพยายามปลดผู้ว่าการธนาคารกลาง ลิซ่า คุก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลสูงสุด รวมถึงการสนับสนุนให้กระทรวงยุติธรรมสอบสวนการบริหารโครงการปรับปรุงอาคารของพาวเวลล์ โดยผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางเคยวินิจฉัยว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อกดดันให้พาวเวลล์ลดอัตราดอกเบี้ยหรือพ้นจากตำแหน่ง
แม้กระทรวงยุติธรรมจะยุติการสอบสวนไปแล้ว แต่พนักงานอัยการที่รับผิดชอบคดียังระบุว่าสามารถรื้อฟื้นการสอบสวนขึ้นมาใหม่ได้ ขณะที่พาวเวลล์ยืนยันว่าจะยังคงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าประเด็นดังกล่าวจะยุติลงอย่างแท้จริง พร้อมแสดงความกังวลต่อการโจมตีทางกฎหมายต่อธนาคารกลาง ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินโดยไม่ถูกแทรกแซงจากการเมือง
ด้านวอร์ชยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อมาตรการของฝ่ายบริหาร แต่ได้ระบุแนวทางว่าต้องการ “เปลี่ยนระบอบการดำเนินงาน” ของธนาคารกลาง โดยเน้นการประสานงานกับกระทรวงการคลังและฝ่ายบริหารในนโยบายที่ไม่ใช่นโยบายการเงิน รวมถึงการปรับลดขนาดงบดุลของธนาคารกลาง
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าคาดหวังให้วอร์ชปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม วอร์ชยืนยันว่าไม่ได้ให้คำมั่นใดๆ เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน
ในโครงสร้างการตัดสินใจของธนาคารกลาง ประธานมีสิทธิออกเสียง 1 ใน 12 เสียงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ย และเป็นหนึ่งใน 19 เสียงในเวทีการกำหนดนโยบายโดยรวม
ในการประชุมครั้งล่าสุด ธนาคารกลางมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% โดยมีกรรมการ 3 รายแสดงความเห็นต่าง พร้อมเปิดโอกาสต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ทั้งนี้ การประชุมครั้งถัดไปของธนาคารกลางมีกำหนดในวันที่ 16–17 มิถุนายน ซึ่งอาจเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของวอร์ช หากเขาได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการครบถ้วน
อ้างอิง : Reuters








