ธนาคารกลางรัสเซีย (CBR) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า มูลค่าทุนสำรองทองคำของประเทศปรับลดลงต่ำกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ประมาณ 298,990 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน ท่ามกลางการปรับลดลงของสินทรัพย์สำรองรวมของประเทศ
ในภาพรวม สินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศของรัสเซียลดลงจาก 747,400 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม เหลือ 720,400 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศแทบไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ประมาณ 392,400 ล้านดอลลาร์
การลดลงของทองคำถือว่ามีความรุนแรง โดยข้อมูลระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2026 ปริมาณทองคำสำรองลดลงรวมแล้วประมาณ 900,000 ออนซ์ หรือประมาณ 27.9 ตัน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2002 ส่งผลให้ระดับทองคำสำรองลดลงสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022
สาเหตุหลักของการขายทองคำ มาจากความจำเป็นในการบริหารสภาพคล่องของประเทศ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า รัสเซียใช้การขายทองคำเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งแตะระดับ 4.6 ล้านล้านรูเบิล ณ สิ้นเดือนมีนาคม และอาจสูงเกิน 5 ล้านล้านรูเบิลหากไม่มีการชดเชยเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีการแปลงทองคำเป็นเงินหยวนเพื่อเสริมทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ หลังรายได้จากการส่งออกอ่อนแอในช่วงต้นปี
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามยูเครนและมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้รัสเซียต้องเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะด้านกลาโหม พลังงาน และการพยุงค่าเงิน
แม้ในอดีตรัสเซียจะเป็นหนึ่งในผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ของโลก โดยสะสมทองคำกว่า 1,900 ตันในช่วงปี 2002–2025 แต่แนวโน้มได้เปลี่ยนไปหลังปี 2022 โดยการซื้อสุทธิชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ และเริ่มมีการขายทองคำมากขึ้นเพื่อรองรับภาระทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ความต้องการทองคำภายในประเทศกลับเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยปริมาณการซื้อขายทองคำในตลาดมอสโกเพิ่มขึ้นกว่า 350% เมื่อเทียบกับปีก่อน และหากคิดเป็นมูลค่าในสกุลเงินรูเบิลเพิ่มขึ้นถึง 500% สะท้อนความต้องการของประชาชนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินที่อ่อนค่า
ในด้านการส่งออก รัสเซียยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาดโลก โดยเฉพาะการส่งออกโลหะมีค่าไปยังจีน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากปริมาณและแรงหนุนจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
ที่มา : Kitco








