ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (7 ก.ค.)หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงินเพิ่มขึ้น 0.17% แตะที่ระดับ 101.023
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 5% ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย. ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ในวันนี้ (8 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมครั้งแรกของเควิน วอร์ช ในฐานะประธานเฟดคนใหม่
เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 42.2% สู่ระดับ 7.76 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.85 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 5.46 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย.
การขาดดุลการค้าในเดือนพ.ค.มีสาเหตุจากกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้การนำเข้าสินค้าทุนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และบ่งชี้ว่าภาคการค้ายังคงเป็นปัจจัยฉุดการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2
ทั้งนี้ การนำเข้าเพิ่มขึ้น 3.3% สู่ระดับ 3.953 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกลดลง 3.2% สู่ระดับ 3.177 แสนล้านดอลลาร์
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








