รายงานข่าวจาก Axios ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูกใส่เรือพาณิชย์ที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงคืนวันจันทร์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เรือพาณิชย์ 2 ลำได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ขณะเดียวกัน หน่วยงาน United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) รายงานว่า ในช่วงเช้าวันอังคาร มีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชนบริเวณด้านซ้ายของเรือ (port side) ขณะกำลังแล่นลงใต้ ห่างจากชายฝั่งเมืองลิมาห์ของโอมานประมาณ 8 ไมล์ทะเล (ราว 15 กิโลเมตร) ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือ แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสิ้นสุดลงในสัปดาห์ก่อน โดยไม่มีความคืบหน้าอย่างชัดเจนต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาว แม้ว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 60 วัน เพื่อเปิดทางให้การเจรจาทางการทูต หลังจากความตึงเครียดที่เกิดจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลก่อนหน้านี้
ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ อาจบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หรือ “ดำเนินการให้จบสิ้น” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ของการใช้กำลังทางทหาร ขณะที่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยมีรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติได้ส่งสัญญาณเตือนผ่านวิทยุทางทะเลไปยังเรือในพื้นที่ว่า “ขีปนาวุธและโดรนพร้อมที่จะโจมตี”
หนึ่งในเรือที่ถูกโจมตีคาดว่าเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลวชื่อ Al Rekayyat ซึ่งเป็นของบริษัท Nakilat ของกาตาร์ โดยถูกโจมตีบริเวณห้องเครื่องยนต์ ส่งผลให้เกิดไฟไหม้และควันหนาแน่น อย่างไรก็ตาม ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัยและได้รวมตัวกันในพื้นที่ปลอดภัยของเรือ
ที่มา : Reuters








