Commerzbank ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะกลาง แม้จะปรับลดเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปีลงเล็กน้อย โดยคาดว่าราคาทองคำจะอยู่ที่ประมาณ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์
นายคาร์สเทน ฟริตช์ นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคาร ระบุว่า แม้สถานการณ์สงครามในอิหร่านจะผลักดันเงินเฟ้อและราคาพลังงานให้สูงขึ้น แต่ราคาทองคำกลับไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามที่คาด เนื่องจากตลาดกำลังเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
ก่อนเกิดความขัดแย้ง ตลาดเคยคาดว่า Federal Reserve จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยราว 0.50% ในปีนี้ แต่จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ตลาดกลับมาคาดการณ์ว่า Fed อาจ “ขึ้นดอกเบี้ย” แทน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ (ซึ่งไม่มีดอกเบี้ย) เพิ่มขึ้น
ปัจจุบัน ตลาดประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อาจขึ้นไปอยู่ที่ระดับประมาณ 3.8% ภายในสิ้นปี และมีโอกาสมากกว่า 50% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตาม Commerzbank มองว่า ภาวะดังกล่าวเป็นเพียงระยะเปลี่ยนผ่าน โดยคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายในไม่กี่เดือน โดยเฉพาะหากช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดและราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งจะทำให้แรงกดดันด้านดอกเบี้ยลดลงตามไปด้วย
ในระยะยาว ธนาคารยังคงมองว่าปัจจัยสนับสนุนทองคำยังแข็งแกร่ง ทั้งความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ลดลง การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ และความต้องการซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยยังคงคาดว่าราคาทองคำอาจแตะระดับ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปี 2027
ในส่วนของโลหะเงิน Commerzbank ปรับลดคาดการณ์ราคาสิ้นปีลงเช่นกัน โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงกดดันด้านอุปสงค์อุตสาหกรรมที่ชะลอตัว แม้ภาพรวมตลาดยังคงตึงตัว และมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในระยะถัดไป
ที่มา : Kitco








