ตลาดทองคำของจีน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีข้อมูลจากหลายตัวชี้วัดที่สะท้อนแนวโน้มดังกล่าว
รายงานจาก Gelonghui Finance ระบุว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดที่เพิ่มขึ้น กองทุนทองคำประเภท ETF ในจีนเผชิญกับการไหลออกของเงินลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ วันที่ 3 มิถุนายน กองทุนทองคำจำนวน 14 กองทุน มีเงินไหลออกสุทธิรวมกันมากกว่า 10,000 ล้านหยวน (ประมาณ 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือน
นอกจากนี้ มุมมองการลงทุนที่เคยได้รับความนิยมอย่าง “ซื้อเมื่อราคาทองคำย่อตัว” เริ่มมีความเห็นที่แตกต่างกันมากขึ้น ภายใต้สภาวะตลาดที่ผันผวนในปัจจุบัน
ในส่วนของตลาดหุ้นทองคำ บริษัทเหมืองทองคำจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกงปรับตัวลดลงอย่างพร้อมเพรียง โดยหลายบริษัทชั้นนำเผชิญแรงขายในระดับ 2–4% ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเมื่อเทียบกับแนวโน้มก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ความต้องการทองคำในตลาดกายภาพของจีนก็ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มีความต้องการสูงมากในช่วงต้นปี ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาทองคำทั้งในประเทศและตลาดโลกทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดจาก Shanghai Gold Exchange ระบุว่า ปริมาณการถอนทองคำในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่เพียง 63.5 ตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 ในช่วงการระบาดระลอกแรกของโควิด-19 และคิดเป็นเพียงประมาณครึ่งหนึ่งของระดับในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยังคงมองว่า แม้ราคาทองคำอาจมีความผันผวนในระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ยังคงแข็งแกร่งในระยะกลางถึงระยะยาว
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้แรงซื้อจากจีนซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลักของโลกจะเริ่มชะลอลง แต่ภาพรวมของทองคำในเชิงโครงสร้างยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง และยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง
ที่มา : Kitco








