ข่าวสารการลงทุน

สหรัฐอาจดึงเฟดร่วมพยุงค่าเงินเยน ท่ามกลางแรงกดดันตลาดพันธบัตรและบทบาทใหม่เชิงนโยบายการเงินระหว่างประเทศ

04 สิงหาคม 2569|09:47 น.

ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มอาจถูกดึงเข้ามามีบทบาทในความพยายามของรัฐบาลสหรัฐในการสนับสนุนค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดย สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ต้องการให้เฟดขยายกลไกการปล่อยกู้ เพื่อเปิดทางให้ญี่ปุ่นสามารถพยุงค่าเงินได้โดยไม่สร้างความผันผวนต่อพันธบัตรสหรัฐ

ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ กำลังพยายามปรับความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงการคลังกับเฟด ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริหารตลาดพันธบัตรมูลค่ากว่า 29 ล้านล้านดอลลาร์ และอาจนำไปสู่บทบาทใหม่ของเฟดในการสนับสนุนนโยบายการเงินระหว่างประเทศของสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์ เปิดเผยว่าสหรัฐได้เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อช่วยพยุงค่าเงินเยน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยการร่วมมือครั้งสำคัญล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2011 หลังเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น

ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 จากความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น รวมถึงปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้สาธารณะสูง ประชากรสูงวัย และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยล่าสุดค่าเงินเคยอ่อนลงแตะระดับเกือบ 164 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่ปี 1986

หลังการแทรกแซงร่วม ค่าเงินเยนแข็งค่ากลับขึ้นบางส่วน โดยกระทรวงการคลังสหรัฐใช้เงินยูโรจากกองทุนรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Stabilization Fund) เพื่อซื้อเยน ซึ่งสะท้อนความพยายามลดแรงกระทบต่อตลาดพันธบัตรสหรัฐโดยตรง

หนึ่งในแรงกดดันสำคัญต่อค่าเงินเยนคือ “การทำแครี่เทรด” ซึ่งนักลงทุนกู้เงินเยนต้นทุนต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น พันธบัตรสหรัฐหรือหุ้น โดยเฉพาะในยุคการเติบโตของเทคโนโลยี AI อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของกลยุทธ์นี้เริ่มถูกตั้งคำถาม จากนโยบายภาษีและความไม่แน่นอนด้านการค้าของรัฐบาลทรัมป์ ที่ทำให้นักลงทุนเริ่มป้องกันความเสี่ยงค่าเงินดอลลาร์มากขึ้น

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า “Yen Carry Trade กำลังเริ่มพังทลาย” ซึ่งหากค่าเงินเยนยังอ่อนต่อ อาจกระทบความต้องการซื้อพันธบัตรสหรัฐ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Yield) ปรับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี เคยพุ่งเกิน 4.7% ก่อนจะปรับลดลงเล็กน้อยหลังการแทรกแซง

เบสเซนต์ยังเสนอให้ญี่ปุ่นใช้เครื่องมือของเฟดที่เรียกว่า FIMA Repo Facility ซึ่งเปิดทางให้ธนาคารกลางต่างชาติสามารถนำพันธบัตรสหรัฐไปกู้เงินระยะสั้น แทนการขายพันธบัตรออกสู่ตลาด เพื่อลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทน

อย่างไรก็ตาม การขยายวงเงินหรือบทบาทของเครื่องมือนี้ยังต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) และยังมีข้อถกเถียงว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของเฟดหรือไม่

ในมุมเชิงนโยบาย วอร์ชเคยส่งสัญญาณว่า เฟดอาจเปิดกว้างต่อการทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังมากขึ้นในประเด็นการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งอาจรวมถึงการพิจารณาขยายวงเงินสวอปไลน์ให้กับประเทศพันธมิตรเพิ่มเติม เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ที่มา : CNBC

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
BOJ

บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นพุ่งแตะสูงสุดในรอบ 30 ปี วิตกสถานะการคลัง-รับคาดการณ์ BOJ ขึ้นดอกเบี้ย

13:30 น.

 
1000 670 (5)12345678

หนี้สหรัฐฯ จ่อ 40 ล้านล้านดอลลาร์ “ความเสี่ยงการคลัง” ที่เริ่มสะท้อนในราคาทองคำ

11:50 น.

 
bofa

หนี้สหรัฐใกล้แตะ 40 ล้านล้านดอลลาร์ Bank of America เตือนระวังพันธบัตร

10:55 น.

 
brics 1000x670

‘อิหร่านไม่ง้อดอลลาร์’ เตรียมร่วมธนาคาร BRICS เร็วๆ นี้

10:18 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า