รายงานล่าสุดจาก World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกกลับมาเป็น “ผู้ซื้อสุทธิ” ทองคำอีกครั้งในเดือนเมษายน หลังจากที่ในเดือนมีนาคมมีสถานะเป็นผู้ขายสุทธิ โดยในเดือนเมษายนมีการซื้อทองคำสุทธิรวม 17 ตัน
นางมาริสซา ซาลิม หัวหน้าฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของสภาทองคำโลก ระบุว่า การซื้อครั้งนี้ถือเป็นการฟื้นตัวจากแรงขายในเดือนก่อนหน้า
ในด้านประเทศที่เข้าซื้อทองคำมากที่สุด โปแลนด์ยังคงเป็นผู้นำ โดยซื้อทองคำเพิ่ม 14 ตัน ส่งผลให้ยอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 45 ตัน และทำให้สัดส่วนทองคำในทุนสำรองของประเทศอยู่ที่ประมาณ 30% หรือรวมราว 595 ตัน
ขณะที่จีนเร่งการสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยซื้อเพิ่มอีก 8 ตันในเดือนเมษายน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 และเป็นการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองของจีนอยู่ที่ประมาณ 2,322 ตัน หรือคิดเป็น 9% ของทุนสำรองทั้งหมด
ธนาคารกลางสาธารณรัฐเช็กยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างสม่ำเสมอ โดยซื้อเพิ่ม 3 ตันในเดือนเมษายน นับเป็นการซื้อรายเดือนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 38 ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองรวมอยู่ที่ 79 ตัน หรือประมาณ 6% ของทุนสำรองทั้งหมด
ในฝั่งของผู้ขาย รัสเซียยังคงลดการถือครองทองคำต่อเนื่อง โดยขายออก 6 ตันในเดือนเมษายน ส่งผลให้ยอดขายสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 22 ตัน ขณะที่อุซเบกิสถานขายทองคำ 1 ตันในเดือนเดียวกัน แต่หากนับตั้งแต่ต้นปี ยังคงเป็นผู้ซื้อสุทธิที่ 24 ตัน และมีสัดส่วนทองคำสูงถึง 88% ของทุนสำรองทั้งหมด
สำหรับตุรกี ซึ่งเป็นผู้ขายรายใหญ่ในเดือนมีนาคม รายงานว่าปริมาณทองคำสำรองในเดือนเมษายนแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยเป็นผลจากธุรกรรมสวอปทองคำระยะสั้นที่ครบกำหนด
โดยภาพรวม ธนาคารกลางในยุโรปตะวันออกและเอเชียยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการสะสมทองคำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีการซื้อเฉลี่ยรวมกันประมาณ 11–12 ตันต่อเดือน ขณะที่ค่าเฉลี่ยการซื้อสุทธิของธนาคารกลางทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 29 ตันต่อเดือนในช่วงเวลาเดียวกัน
ในมุมมองระยะข้างหน้า สภาทองคำโลกเตรียมเผยแพร่รายงานสำรวจทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางประจำปี 2026 ซึ่งจะสะท้อนมุมมองเชิงกลยุทธ์ของธนาคารกลางต่อบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรอง
ทั้งนี้ จากผลสำรวจในปี 2025 พบว่า 95% ของธนาคารกลางทั่วโลกคาดว่าปริมาณทองคำสำรองจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นจาก 81% ในปี 2024 ขณะที่ 43% ของธนาคารกลางคาดว่าประเทศของตนจะเพิ่มการถือครองทองคำ เทียบกับ 29% ในปีก่อนหน้า
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของทองคำที่ยังคงมีความสำคัญในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนทางการเงินที่ยังคงดำเนินอยู่
ที่มา : Kitco












