อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอังคารว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบียยังคงดำเนินต่อไป โดยอิหร่านต้องการผลักดันให้เกิดข้อตกลงด้านความมั่นคงในภูมิภาครูปแบบใหม่ ซึ่งให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคดูแลความมั่นคงร่วมกัน โดยปราศจากการแทรกแซงทางทหารจากประเทศนอกภูมิภาค
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถาน ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่อิหร่านในกรุงเตหะราน นับเป็นการติดต่อระดับสูงครั้งแรกระหว่างอิหร่านกับทั้ง 3 ประเทศตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และนับจากนั้นการสู้รบได้ขยายวงไปถึงซาอุดีอาระเบียและเยเมน
รัฐบาลริยาดระบุว่า การเยือนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปิดช่องทางการเจรจาและ “ป้องกันไม่ให้สถานการณ์กลับมาทวีความรุนแรงทางทหารอีกครั้ง” หลังการสู้รบระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เพิ่มความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ในเยเมนทวีความตึงเครียด หลังกลุ่มฮูตีขยายการโจมตีและเคลื่อนกำลังเข้าใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์และจุดคอขวดสำคัญของการขนส่งทางทะเล โดยตั้งอยู่คนละด้านของคาบสมุทรอาหรับกับช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ กลุ่มฮูตียังโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสนามบินของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงริยาด ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินและการส่งออกน้ำมันของประเทศ ก่อนที่ซาอุดีอาระเบียจะตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในเยเมน
สำหรับเยเมน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในภูมิภาค ตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองมาตั้งแต่ปี 2557 หลังจากกลุ่มฮูตีขับไล่รัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติและได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ออกจากกรุงซานา เมืองหลวงของประเทศ
ที่มา : Reuters








