Gregory Shearer หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์โลหะพื้นฐานและโลหะมีค่าของ JPMorgan ระบุว่า การเปลี่ยนท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ไปสู่แนวทาง “เข้มงวดมากขึ้น” ได้ส่งผลให้แนวโน้มขาขึ้นระยะยาวของทองคำต้องหยุดชะงัก และยืดระยะเวลาการพักฐานออกไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยในระยะสั้น ตลาดโลหะอุตสาหกรรมอาจเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจกว่า
ในมุมมองต่อพลังงาน Shearer คาดว่า การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะทยอยกลับสู่ภาวะปกติ โดยภายในเดือนกรกฎาคมอาจฟื้นตัวสู่ราว 68% ของระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนใกล้ 100% ในปี 2026 อย่างไรก็ตาม กระบวนการฟื้นตัวอาจมีความล่าช้าและสะดุดเป็นระยะ
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมันคือระดับสต็อกเชิงพาณิชย์ของประเทศในกลุ่ม OECD ซึ่งล่าสุดปรับลดลงน้อยกว่าที่คาด สะท้อนว่าความต้องการใช้น้ำมันอาจอ่อนแอกว่าประเมินไว้ ส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาลดลง โดย J.P. Morgan คาดว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเฉลี่ยราว 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 3 ปี 2026 และ 80 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 ก่อนจะชะลอลงสู่ราว 64 ดอลลาร์ในปี 2027
สำหรับทองคำ Shearer ชี้ว่าแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดยเฉพาะภายใต้การนำของ Kevin Warsh ได้เปลี่ยน “การพักฐานชั่วคราว” ของราคาทองคำให้กลายเป็น “การชะลอตัวที่ยาวนานขึ้น” เนื่องจากนักลงทุนลดการเข้าถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในภาวะดอกเบี้ยสูง
ในทางกลับกัน J.P. Morgan มองบวกต่อทองแดง โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมโลก โดยเฉพาะในจีน ขณะที่อุปทานเหมืองยังอยู่ในระดับจำกัด ประกอบกับความไม่สมดุลของตลาดจากการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทำให้มีโอกาสที่ราคาทองแดงจะปรับขึ้นสู่ระดับประมาณ 15,000 ดอลลาร์ต่อตันในระยะถัดไป
ด้าน Tai Hui จาก J.P. Morgan Asset Management ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า การปรับตัวลงอย่างรุนแรงของทองคำในช่วงความขัดแย้งอิหร่าน ได้สะท้อนชัดว่าทองคำ “ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้อย่างสม่ำเสมอ” โดยในช่วง 20 วันแรกของความขัดแย้ง ราคาทองคำร่วงลงถึง 24% จากจุดสูงสุด
เขาระบุว่า แม้นักลงทุนจำนวนมากยังมองทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง แต่ในเชิงสถิติ ทองคำไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่แน่นอนกับเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และมีความผันผวนสูงใกล้เคียงกับสินทรัพย์เสี่ยง อีกทั้งยังไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้มีต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครอง
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงมีบทบาทในพอร์ตการลงทุนระยะยาว โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลาง การกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์ และความกังวลต่อหนี้สาธารณะและปริมาณเงินในระบบที่เพิ่มขึ้น
ที่มา : Kitco








