Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

GDP สหรัฐฯ ส่อแผ่ว สวนทาง PCE ทรงตัวสูง ลุ้นประธานเฟดชี้ชะตาเวที Jackson Hole

24 สิงหาคม 2569|08:07 น.

Gold Bullish

– ติดตามตัวเลข GDP สหรัฐฯ อาจออกมาแผ่ว
– เงินเฟ้อในระยะยาว อาจชะลอตัวลง

Gold Bearish

– ติดตามการประชุม Jackson Hole ของเควิน วอร์ช
– ติดตามตัวเลข PCE สหรัฐฯ คาดทรงตัว / สูงกว่าคาด
– สหรัฐฯ เตรียมเปิดฉากคว่ำบาตรอิหร่าน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้นจากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10-30 ปี ได้มีการปรับตัวลง หลังนายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ประกาศซื้อคืนพันธบัตรเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบพันธบัตร ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจในการลงทุนทองคำมากขึ้น เนื่องจากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนที่ต่ำลง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

ติดตามตัวเลข GDP สหรัฐฯ อาจออกมาแผ่ว

ในวันที่ 26 ส.ค. สหรัฐฯ จะมีการประกาศตัวเลข Prelim GDP ไตรมาส 2/2026 (ประมาณการครั้งที่ 2) ซึ่งมีแนวโน้มออกมาในทิศทางทรงตัวหรือชะลอตัวลงตามแรงส่งการบริโภคที่เริ่มแผ่วปลายไตรมาส ซึ่งก่อนหน้านี้ GDP ในไตรมาส 2 (ประมาณการครั้งที่ 1) เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวได้เพียง 1.5% ต่อปี ซึ่งชะลอตัวลงจาก 2.1% ในไตรมาสที่ 1 (ประมาณการครั้งที่ 3) โดยสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (U.S. Bureau of Economic Analysis – BEA) ได้รายงานว่าการชะลอตัวนี้มาจากการปรับตัวลดลงของการใช้จ่ายภาครัฐ และการชะลอตัวของการลงทุนและการส่งออก ซึ่งได้รับการชดเชยบางส่วนจากการเร่งตัวขึ้นของการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในขณะที่นายแจน แฮตซีอุส (Jan Hatzius) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs ได้ออกมาเตือนว่า การเติบโตของยอดขายกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่เพิ่มขึ้น 5.9% (YoY) และสินค้าจำเป็นที่เพิ่มขึ้น 3.9% (YoY) ในไตรมาส 2 นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงผลพลอยได้ชั่วคราวจากการพุ่งขึ้นของเงินคืนภาษี (Tax Refund Surge) ที่สูงเกินคาด โดย Goldman Sachs คาดการณ์ว่าการเติบโตของการใช้จ่ายผู้บริโภคที่แท้จริง (Real Consumer Spending) ในช่วงครึ่งปีหลังจะชะลอตัวลงเหลือเพียง 1% – 1.5% เท่านั้น

นอกจากนี้ นายอังเดร ชูลเทน (Andre Schulten) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Procter & Gamble (P&G) ที่ชี้ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเผชิญภาวะแยกทางกัน (Divergent Trends) โดยกลุ่มผู้มีรายได้สูงยังคงจับจ่ายสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ ต่อเนื่อง แต่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยซึ่งใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน (Paycheck to Paycheck) เริ่มมีความระมัดระวังในการซื้อสินค้าทดแทนและการเลือกหยิบสินค้าออกจากชั้นวางอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนก.ค.ที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับ (-0.6%) ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ย่ำแย่ลงสู่ระดับ 51.0 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ / ครั้งก่อน กำลังแสดงถึงการบริโภคที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ที่คิดถึงเป็น 2 ใน 3 ของ GDP สหรัฐฯ

จากปัจจัยข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2/2026 (ประมาณการครั้งที่ 2) ที่จะมีการประกาศในวันที่ 26 ส.ค. มีโอกาสออกมาทรงตัว / น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เนื่องจากปัจจัยด้านการบริโภคของสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลง และปัจจัยด้านการคืนภาษีซึ่งเป็นปัจจัยบวกชั่วคราว โดยหากตัวเลขออกมาอ่อนแอจริง อาจเป็นบวกกับทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่เป็นหลุมหลบภัยในยามที่เศรษฐกิจเกิดความผันผวน แต่หากออกมาแข็งแกร่ง ก็มีโอกาสที่ทองจะปรับตัวลงเช่นกัน

ติดตามตัวเลข PCE สหรัฐฯ คาดทรงตัว / สูงกว่าคาด

ในวันที่ 26 ส.ค. สหรัฐฯ จะมีการเผย ดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน / ทั่วไป เทียบรายเดือน / รายปี ซึ่งมีแนวโน้มออกมาทรงตัว / มากกว่าที่คาดการณ์ โดยหากอ้างอิงจากบทสรุปการประชุม FOMC วันที่ 28-29 ก.ค. ที่ผ่านมานี้ราคาสินค้ายังปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยฝ่ายวิจัยชี้ว่าเป็นผลโดยตรงจาก

  1. ภาษีนำเข้า (Tariffs) ของปธน.ทรัมป์ ชุดใหม่
  2. แรงกดดันราคาที่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์ในห่วงโซ่ AI ในวัสดุก่อสร้างศูนย์ข้อมูล Data Center โดยเฉพาะ ชิปประมวลผล เหล็ก
  3. ราคาน้ำมันและต้นทุนวัตถุดิบ (Input Costs) ปรับตัวสูงขึ้นจากปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruptions)

ในขณะที่ราคาภาคบริการพื้นฐานยังคงทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากราคาในหมวด Core Nonhousing Services (บริการที่ไม่รวมที่อยู่อาศัย) มีการเร่งตัวขึ้น ทั้งนี้ กรรมการเฟดหลายคนเน้นย้ำว่า การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการในรอบปีที่ผ่านมามีลักษณะกระจายตัวเป็นวงกว้าง (Broad-based) และแม้ว่าจะหักรายการที่ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าและพลังงานออกไปแล้ว เงินเฟ้อพื้นฐานที่แท้จริง (Underlying Inflation) ก็ยังคงอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจภาคเอกชนหลายจ้าวได้ใช้วิธี ยอมลดอัตรากำไร (Compressing Profit Margins) เพื่อดูดซับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยกรรมการเฟดบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า ผู้บริโภคเริ่มมีพฤติกรรมต่อต้านการขึ้นราคา ซึ่งอาจจำกัดความสามารถในการส่งผ่านเงินเฟ้อสู่ผู้บริโภค (หากไม่มี Supply Shocks ใหม่เข้ามาเพิ่ม) โดยเงินเฟ้อจะค่อยๆ ปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 จากราคาน้ำมันขายปลีกและ Core Inflation ที่ชะลอตัวลง และจะปรับลดลงชัดเจนขึ้นในปี 2027 เมื่อผลของภาษีนำเข้าและความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายลง จนกระทั่งสามารถกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ได้ในปี 2028

จากปัจจัยข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า ดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน / ทั่วไป เทียบรายเดือน / รายปี อาจมีแนวโน้มออกมาทรงตัว / สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ จากปัญหาภาษีศุลกากรที่ยังคงค้างคาอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ภาวะ Supply Shocks ด้านพลังงาน และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน  AI อาจผลักดันสินค้าโภคภัณฑ์ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งหากตัวเลขออกมาตามที่กล่าวไว้ในข้างต้น อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง แต่หากออกมาในทางตรงกันข้าม อาจหนุนให้ตลาดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้ออาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งเป็นบวกกับทองคำได้เช่นกัน

ติดตามการประชุม Jackson Hole ของเควิน วอร์ช

นายเควิน วอร์ช มีแนวโน้มสูงที่จะใช้การประชุมแจ็กสันโฮลวันที่ 28 ส.ค. นี้ในการแถลงแนวโน้มนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ แนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด และการปฏิรูปเฟด (Fed Regime) สะท้อนจากการประชุมเฟดครั้งแรกของวอร์ชที่ไม่มีการส่ง Dot Plot และตัด Forward Guidance หรือการชี้นำล่วงหน้าถึงแนวโน้มดอกเบี้ยในแถลงการณ์ประชุม เพื่อให้ข้อมูลเศรษฐกิจและกลไกตลาดเป็นตัวนำทิศทางที่แท้จริง ทั้งนี้ หากการประชุมแจ็กสันโฮลมีการพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตเพื่อควบคุมให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ 2% อย่างจริงจัง อาจกดดันให้ราคาทองคำ Sideways หรือมีทิศทางลงได้ แต่หากเป็นในกรณีที่ไม่มีแนวโน้มที่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อและมีการเปิดทางลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า จากการที่เฟดมองแนวโน้มเงินเฟ้อลดลง ก็อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ถนนทุกสายล้วนจับจ้องไปที่มุมมองนโยบายการเงินของเฟดที่มีต่อเงินเฟ้อซึ่งเป็นปัจจัยหลักอันดับต้นๆ ของตลาดทองคำ เนื่องจากตลาดทองคำมักจะปรับตัวขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ แต่ก็มักจะปรับตัวลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงเช่นกัน ทำให้เรายังคงต้องจับตาเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช ในการประชุมครั้งนี้

สหรัฐฯ เตรียมเปิดฉากคว่ำบาตรอิหร่าน

ปธน.ทรัมป์ ได้เริ่มใช้ยุทธวิธีเตรียมเปิดปฏิบัติการสงครามเศรษฐกิจ (Economic Warfare) ต่ออิหร่าน โดยปธน.ทรัมป์ ได้เตือนว่า ประเทศใดที่เปิดทางให้สถาบันการเงิน บริษัท สนามบิน หรือหน่วยงานของรัฐบาลเข้าไปช่วยเหลืออิหร่านในทุกรูปแบบ จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ในขณะที่จีนรับซื้อน้ำมันส่งออกของอิหร่านเกือบทั้งหมด และถือเป็นหนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอิหร่าน ทั้งนี้ อิหร่านได้รับแรงกดดันที่สูงขึ้นอีกขั้น หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน โดย UAE ถือเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และเป็นช่องทางสำคัญที่อิหร่านใช้ในการเข้าถึงสินค้าจากต่างประเทศและเงินตราสกุลหลัก

จากปัจจัยข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า ปธน.ทรัมป์ ได้เลือกใช้ยุทธวิธีป่าล้อมเมืองทางเศรษฐกิจ เพื่อบีบให้อิหร่านแพ้ภัยตัวเอง ในขณะที่หากสหรัฐเล็งเป้าไปยังการส่งออกน้ำมันของอิหร่านโดยตรง ก็มีความเสี่ยงที่จะเปิดแนวปะทะทางเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งอาจทำให้ความพยายามของปธน.ทรัมป์ในการต่ออายุข้อตกลงพักรบทางการค้ากับปธน.สี จิ้นผิง ซับซ้อนยิ่งขึ้น ก่อนที่ผู้นำจีนมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในเดือน ก.ย. 2026 ซึ่งทำให้ต้องติดตามต่อไปว่า อิหร่านจะมีมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ประเด็นการคว่ำบาตรด้วยการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจกดดันให้ทองคำปรับตัวลง เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากภาคพลังงานกลับมาอีกครั้ง

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย CB / ม.มิชิแกน เดือน ส.ค.
  • ดัชนีภาคการผลิตสาขาริชมอนด์ เดือน ส.ค.
  • จีดีพีไตรมาส 2 q/q (ประมาณการครั้งที่ 2) และดัชนีราคาจีดีพีไตรมาส 2 q/q (ประมาณการครั้งที่ 2)
  • ดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน / ทั่วไป เทียบรายเดือน / รายปี เดือน ก.ค.
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • การแถลงการณ์ของประธานเฟด นายเควิน วอร์ช
    การประชุม Jackson Hole

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำได้เข้าสู่ระยะขาขึ้น โดยมี Pattern แบบ Flag อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ ยังคงมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้

มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากตัวเลข GDP สหรัฐฯ ออกมาชะลอตัวลง จากการบริโภคในภาพรวมที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ในขณะที่ตัวเลขดัชนี PCE ออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ตามตัวเลข CPI และ PPI ที่ประกาศไปแล้วก่อนหน้านี้ มีโอกาสที่ทองคำอาจปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,670 และ 4,770 ดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้ทองคำเริ่มสามารถรักษาระยะขาขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): หากสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงกระตุ้นให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ตัวเลข PCE ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ตามการวิเคราะห์ของกรรมการเฟด และการประชุม Jackson Hole ของนายเควิน วอร์ชออกมาสร้างแรงกดดันให้กับตลาดอีกครั้ง ปัจจัยเหล่านี้อาจกดดันให้ราคาทองคำถูกแรงเทขายปรับตัวลง โดยมีแนวรับบริเวณ 4,420 และ 4,320 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับที่ไม่ควรหลุด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจทำให้ทองคำกลับเข้ามาอยู่ในระยะ Sideways เช่นเดิม

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 68,900 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 68,000 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 71,500 บาท และ 72,200 บาท

image 285

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 24-08-2569

08:44 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 24-08-2569

08:41 น.

 
New SET SSF Cover 1000x670 06

Derivatives Recap 24-08-2569

07:51 น.

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 21-08-2569

16:04 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า