Gold Bullish
- สหรัฐฯ และอิหร่าน ลุ้นเจรจารอบ 2 ก่อนเส้นตาย
- ตลาดอาจกังวลเฟดเผชิญภาวะสุญญากาศ
Gold Bearish
- ติดตามการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 5 ปี
- เควิน วอร์ช อาจทำ QT หลังผ่านสภาคองเกรส
สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้น จากการที่สหรัฐฯ – อิหร่าน กำลังพิจารณาขยายเวลาการพักรบออกไปอีกสองสัปดาห์ หลังจากเส้นตายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้มีเวลาเจรจาข้อตกลงสันติภาพมากขึ้น ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งได้ช่วยให้นักลงทุนในตลาดหยุดการเทขายทองคำเพื่อนำมาชดเชยการถูก Call Margin เพิ่มไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้
สหรัฐฯ และอิหร่าน ลุ้นเจรจารอบ 2 ก่อนเส้นตาย
ในวันที่ 22 เม.ย. ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวฉบับปัจจุบันระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน กำลังจะสิ้นสุดลง และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ อิหร่านได้เปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อผ่อนคลายวิกฤตพลังงานโลก โดยนาย อับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่า อิหร่านได้เปิดเส้นทางสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยและเป็นการเปิดกว้างโดยสมบูรณ์ตลอดช่วงเวลาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังช่องแคบถูกปิดกั้นมาเกือบ 50 วัน
อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ ได้ยืนยันว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ยิงถล่มและเข้ายึดเรือสินค้าสัญชาติอิหร่าน อีกทั้งสหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเล (Blockade) เพื่อควบคุมการส่งออกน้ำมันอิหร่านต่อไป ในขณะที่ฝั่งอิหร่านออกมาโต้ตอบว่ายังไม่เห็นหนทางที่ชัดเจนในการเจรจาที่เป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้สั่นคลอนโอกาสในการเจรจาสันติภาพที่กรุงอิสลามาบัตในวันที่ 22 เม.ย. นี้อย่างหนัก ทั้งนี้ หนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือจีน หลังปธน.สี จิ้นผิง ได้แสดงความไม่พอใจต่อสหรัฐฯ ที่มีพฤติกรรมอันตรายและขาดความรับผิดชอบ เนื่องจากคำขู่ของสหรัฐฯ ที่จะเข้าสกัดกั้นหรือยึดเรือที่ละเมิดการปิดล้อมนั้น อาจนำไปสู่การกระทบกระทั่งโดยตรงระหว่างกองทัพเรือสหรัฐฯ กับเรือสินค้าที่เชื่อมโยงกับจีนได้ในภายหลัง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจเป็นการลุกลามไปสู่การประชุมซัมมิตระหว่างปธน.สี จิ้นผิง – ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะมีการจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนพ.ค. อีกด้วย
จากปัจจัยที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ทำให้ตลาดยังต้องจับตาต่อไปว่า สหรัฐฯ – อิหร่านจะสามารถบรรลุการเจรจาหยุดยิงก่อนเส้นตายของทรัมป์ในวันที่ 22 เม.ย. เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการได้หรือไม่ หากเป็นไปได้ด้วยดี อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ มีแนวโน้มปรับตัวลง ซึ่งอาจทำให้เฟดยอมลดดอกเบี้ย แต่หากไปในทางตรงกันข้าม อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ สูงขึ้น และเฟดลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ จะนำไปสู่ความไม่พอใจของจีนต่อการนำเข้าน้ำมัน จนเป็นเหตุให้จีนมีการใช้มาตรการระงับส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) และลามไปถึงการระงับซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ในภายหลังหรือไม่ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังคงต้องติดตามในสัปดาห์นี้ และสัปดาห์ถัดไปต่อไป
จับตานายเควิน วอร์ช ให้การต่อสภาคองเกรส
ในวันที่ 21 เม.ย. นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่สายปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กำลังมาแทนที่นายเจอโรม พาวเวล ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ โดยคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาได้กำหนดวันแถลงนโยบาย (Confirmation Hearing) อย่างเป็นทางการ โดยอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของวอร์ชคือ วุฒิสภาและกระทรวงยุติธรรม (DOJ) โดย ส.ว. ทอม ทิลลิส จากพรรครีพับลิกัน ยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ลงคะแนนรับรองวอร์ชจนกว่ากระทรวงยุติธรรมจะยุติการสอบสวนนายเจอโรม พาวเวล ในกรณีโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของเฟด ในขณะที่นายจีนีน ปีร์โร (Jeanine Pirro) อัยการสหรัฐฯ ผู้ดูแลคดีของพาวเวล ยืนยันว่าจะเดินหน้าสอบสวนต่อไปโดยไม่สนแรงกดดันจากวุฒิสภา แม้ว่าก่อนหน้านี้ศาลจะสั่งระงับหมายเรียกพาวเวลโดยชี้ว่าเป็นหลักฐานที่แสดงถึงความพยายามบีบบังคับนโยบายทางการเงินก็ตาม ทั้งนี้ หากวอร์ชไม่ผ่านการรับรองภายใน 15 พ.ค. พาวเวลเตรียมทำหน้าที่ประธานรักษาการ (Pro tem) ตามกฎหมายเฟด แต่ทรัมป์ขู่ว่าจะ ไล่พาวเวลออกทันทีหากไม่ยอมลงจากตำแหน่งเมื่อครบวาระ ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องในศาลฎีกาที่อาจมีความยืดเยื้อในภายหลัง และส่งผลต่อเสถียรภาพและนโยบายทางการเงินของเฟด
อย่างไรก็ตาม หากย้อนเวลากลับไปในช่วงกลางเดือนก.พ. ภายหลังที่ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศให้วอร์ชเป็นประธานเฟดคนต่อไป วอร์ชได้แสดงวิสัยทัศน์ด้วยการที่จะลดขนาดงบดุลของเฟดลง (QT) เนื่องจากว่าการอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อให้งบดุลเฟดใหญ่ขึ้น (QE) นั้นเป็นการบิดเบือนค่าเงินดอลลาร์และเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มวอลล์สตรีทมากกว่าคนในภาคเศรษฐกิจจริง เนื่องจากว่าการทำ QE เป็นการทำให้สินทรัพย์ต่างๆมีราคาสูงขึ้น แต่คนจนที่ไม่ได้ถือครองสินทรัพย์ใดๆและมีแต่เงินสดจะโดนเงินเฟ้อกันกินความมั่งคั่งไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจให้สูงมากขึ้นกว่าเดิม
จากปัจจัยที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ทำให้ตลาดต้องจับตาต่อไปว่า กระบวนการในการพิจารณานายเควิน วอร์ช ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่แทนที่นายเจอโรม พาวเวล จะเป็นไปได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หากเป็นไปได้ด้วยดี อาจส่งผลให้ราคาทองคำมีการปรับตัวลง จากนโยบายการลดขนาดงบดุล QT ของวอร์ช ที่อาจส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าในภายหลัง แต่หากเป็นไปในทางตรงกันข้าม อาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น จากการที่ตลาดขาดความเชื่อมั่นในนโยบายของเฟดหลังเกิดภาวะสุญญากาศทางการเงิน
ติดตามการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 5 ปี
ในวันที่ 23 เม.ย. นี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะมีการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 5 ปี แบบชดเชยเงินเฟ้อ (Treasury Inflation-Protected Securities) โดยก่อนหน้านี้ในปี 2025 ได้มีการประมูล 2 ครั้ง ในวันที่ 17/04/2025 และวันที่ 23/10/2025 ซึ่งทางฝั่งธนาคารกลางต่างประเทศได้มีการเข้ามาเปิดประมูลเสนอซื้อ (Indirect Bidder) เพิ่มขึ้นอย่างมาก จาก 18.583 พันล้านดอลลาร์ เป็น 23.403 พันล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยที่มีการประมูลสูงสุด (High Yield) ได้ลดลงจาก 1.70% เหลือ 1.18% จากการที่ในปี 2025 เป็นช่วงที่ตลาดมีการคาดการณ์ว่าเฟดอาจมีการลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องจากตลาดแรงงานที่อ่อนแอและเงินเฟ้อสามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดอุปสงค์ในการซื้อพันธบัตรขึ้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เงินเฟ้อมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นจากปัจจัยความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมุมมองของนักลงทุนในตลาดพันธบัตร โดย ณ วันที่ 14 เม.ย. พบว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 5 ปี แบบทั่วไป (Nominal Yield) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3.87% ขณะที่อัตราผลตอบแทนแบบชดเชยเงินเฟ้อ (Real Yield) อยู่ที่ 1.28% ซึ่งส่วนต่างดังกล่าวได้สะท้อนว่า ตลาดกำลังคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในอีก 5 ปีข้างหน้า (Breakeven Inflation) ไว้สูงถึง 2.59% ซึ่งถือเป็นการเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสถิติการประมูลในปี 2025 (รอบวันที่ 17 เม.ย. ที่ 2.26% และ 23 ต.ค. ที่ 2.42%) ในขณะที่ข้อมูลจาก CME FedWatch ที่บ่งชี้ว่าตลาดเริ่มปรับตัวรับแนวโน้มการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงที่ 3.50-3.75% ไปจนถึงปี 2026 เพื่อควบคุมเสถียรภาพด้านเงินเฟ้อ
จากปัจจัยข้างต้น ทำให้นักลงทุนยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ผลการประมูล TIPS อายุ 5 ปี ในวันที่ 23 เม.ย. นี้ จะมีอัตราผลตอบแทน (High Yield) ที่พุ่งสูงขึ้นหรือไม่ และแรงซื้อจากกลุ่มธนาคารกลางต่างประเทศจะยังคงแข็งแกร่งเหมือนการประมูลครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะหาก High Yield ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางอุปสงค์การประมูลที่ลดลง อาจเป็นสัญญาณสะท้อนว่าตลาดกำลังรับรู้ความเสี่ยงที่เฟดอาจคงดอกเบี้ยยาวนานกว่าที่คาด (Higher for Longer) ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำย่อตัวลง ในทางตรงกันข้าม หากมีแรงซื้อกลับเข้ามาหนาแน่นจนกดให้ Yield ปรับตัวลง อาจเป็นการลดต้นทุนค่าเสียโอกาส และกลายเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้เช่นกัน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้
- ยอดค้าปลีกเดือน มี.ค. เทียบรายเดือน / รายปี และ ยอดค้าปลีกพื้นฐานเดือน มี.ค. เทียบรายเดือน
- จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
- ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต / บริการ เดือน เม.ย.
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยม.มิชิแกน เดือน เม.ย.
แนวโน้มราคาทอง
ราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้คาดว่าในทางเทคนิคยังคง Sideways Up หลังจากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 4,750 ดอลลาร์ จากปัจจัยบวกด้านค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและราคาน้ำมันดิบที่มีการย่อตัวลงหลังตลาดเริ่มคาดการณ์สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน อาจมีการเจรจาเกิดขึ้น อีกทั้งความเสี่ยงด้านภาวะสุญญากาศทางนโยบายการเงินของเฟดในวันอังคารนี้ อาจทำให้ราคาทองคำทดสอบแนวต้านที่ 4,950 และ 5,050 ดอลลาร์ ตามบริเวณเส้น 0.5 ของ Fibonacci โดยหากทะลุแนวต้านดังกล่าว อาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบแนวต้านที่ 5,143 ตามเส้น 0.382 ของ Fibonacci ต่อไป อย่างไรก็ตาม หากสงครามยังคงดำเนินต่อเนื่อง, การแต่งตั้งนายเควิน วอร์ช ดำเนินการไปอย่างราบรื่น และการประมูลพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ (Treasury Inflation-Protected Securities) มียอดประมูลที่น้อยและ High Yield สูงกว่าครั้งก่อน จากความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อ อาจส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,650 และ 4,550 ดอลลาร์ ตามบริเวณเส้น 0.786 ของ Fibonacci ได้เช่นกัน
สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 71,250 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 70,150 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 74,600 บาท และ 75,700 บาท









