สิ่งที่ควรรู้จากการประชุมเฟดครั้งนี้
ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 ต.ค. 2569 มีมติ 10-2 ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม 3.75%–4.00% ตามที่ตลาดคาด ขณะที่ 2 ราย คือ เบธ แฮมแมค ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ และลิซา คุก ผู้ว่าการเฟด ลงมติให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25%
แถลงการณ์ของเฟดระบุว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง การรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยให้คณะกรรมการสามารถกำหนดจุดยืนด้านนโยบายที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% ของคณะกรรมการได้ภายในเวลาที่เหมาะสม โดยคณะกรรมการจะดำเนินการเพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา
เควิน วอร์ช ประธานเฟด แถลงว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง แต่ไม่ได้ร้อนแรงจนเกินไป เฟดสามารถลดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย 2% ได้ โดยไม่จำเป็นต้องชะลอเศรษฐกิจ หรือทำให้การว่างงานเพิ่มขึ้น เควิน วอร์ช ประธานเฟด ประกาศจะลดจำนวนครั้งในการโหวตอัตราดอกเบี้ยลง ปี 2027 มีการประชุม 8 ครั้งตามเดิม แต่มีการประชุมเชิงยุทธศาสตร์นโยบายการเงิน 1 ครั้ง ซึ่งไม่มีการโหวตอัตราดอกเบี้ย ปี 2028 จะเพิ่มการประชุมเชิงยุทธศาสตร์เป็น 2 ครั้ง และการประชุมโหวตอัตราดอกเบี้ยเพียง 6 ครั้ง/ปี
แนวโน้มราคาทอง
ราคาทองคำทางด้านเทคนิคเป็นขาลงทั้งระยะสั้นและระยะยาว ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง เงินเฟ้อกลับมาพุ่งขึ้น มีความเสี่ยงที่เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น (Higher for Longer) ถึงแม้ว่าแถลงการณ์ของเฟดยังอดทนรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพื่อตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม คาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยปีหน้าต้องรอความชัดเจนในการประชุมเดือนธ.ค. ระยะสั้นทองคำมีแนวรับสำคัญที่ 3,975-4,000 ดอลลาร์ ขณะที่มีแนวต้านที่ 4,080 ดอลลาร์ และ 4,100 ดอลลาร์ การเปิดเผยจีดีพีไตรมาส 3 และเงินเฟ้อ Core PCE เดือนก.ย.ของสหรัฐฯ ในคืนนี้อาจทำให้ราคาทองคำย่อลงได้ แนะนำแบ่งเงินลงทุนทยอยซื้อบางส่วนที่ 3,960-4,000 ดอลลาร์ ทองไทยราว 63,700- 64,100 บาท
ภาพ : Reuters








