ข่าวสารการลงทุน

1 เดือนของสงครามอิหร่าน ทองลง 14% | 1 เดือนต่อจากนี้ ทองจะไปทางไหน

01 เมษายน 2569|13:24 น.

โดยคุณศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา
ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

1 เดือนของสงครามอิหร่าน ตลาดการเงินผันผวนสุด

สงครามอิหร่านได้สร้างความผันผวนอย่างรุนแรงต่อระบบการเงินโลก ทำให้สภาพคล่องในตลาดสำคัญลดลงและต้นทุนการซื้อขายเพิ่มขึ้น โดยไม่มีสินทรัพย์หลักใดรอดพ้นจากแรงกระทบ ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทองคำ หรือค่าเงิน ยกเว้นน้ำมัน เงินดอลลาร์ ขณะเดียวกันกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในยุโรปซึ่งมีบทบาทสำคัญในตลาดพันธบัตรได้เร่งปิดสถานะการลงทุนจำนวนมาก ทำให้ความผันผวนในตลาดเพิ่มขึ้น ผู้ดูแลสภาพคล่องจึงลดขนาดการซื้อขายและขยายส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากลดความเสี่ยงในพอร์ต ท่ามกลางความกังวลว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระทบเสถียรภาพของตลาดการเงินโลกหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

สงครามอิหร่านผ่านไป 1 เดือน อิหร่านใช้ Oil Supply Shock เป็นอาวุธในการทำสงคราม ทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การโจมตีโครงสร้างพลังงานของประเทศในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 44% ขณะที่ไตรมาสแรกของปีนี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 70% สิ่งที่ตามมาคือเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางต้องกลับมาคุมเข้มดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ล่าสุดตลาดคาดเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ราคาทอง Spot ปรับลดลง 14.8% เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 2.3% สำหรับทั้งเดือนมีนาคมราคาทอง Spot ลดลง 11.5% ราคาทองไทยลดลง 6,400 บาท หรือลดลง 8.2%

ภาพประกอบ : 1 เดือนของสงครามอิหร่าน ทองลง 14% น้ำมันขึ้น 44%

image 10
ที่มา : Aspen

2 กลุ่มหลักเทขายทองคำช่วงสงคราม

กองทุนอีทีเอฟทองคำ SPDR ขายทอง 48.63  ตันในช่วง 1 เดือนของสงคราม (สิ้นสุด 27 มีนาคม) ทั้งเดือนมีนาคมขายทอง 54.05 ตัน ซึ่งในวันที่ 4 มีนาคมเป็นวันที่ขายทองสูงสุด 18 ตัน ทำให้สัปดาห์แรกหลังสงคราม (สิ้นสุด 6 มีนาคม) เป็นสัปดาห์ที่มีการขายทองสูงสุด 28 ตันในช่วง 1 เดือนของสงคราม

ธนาคารกลางตุรกีได้ขายและทำสวอปทองราว 58 – 60 ตัน มูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ทองสำรองของประเทศลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มขายทอง 6 ตัน ในสัปดาห์สิ้นสุด 13 มีนาคม สัปดาห์ถัดมา สิ้นสุด 20 มีนาคม ลดลงอีกราว 52.4 ตัน  ซึ่งถือเป็นการลดลงของทองสำรองครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 7 ปี เพื่อช่วยพยุงค่าเงินลีราที่อ่อนค่าลงอย่างมากและลดความผันผวนของตลาด

ทรัมป์เลื่อนจาก 48 ชั่วโมง เป็น 5 วัน และขยับเป็น 10 วัน

ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม สงครามอิหร่านตึงเครียดสุด ทรัมป์ขู่จะโจมตีโครงสร้างพลังงาน โรงไฟฟ้าของอิหร่าน ถ้าอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง มีผลให้เปิดตลาดวันจันทร์ราคาทองคำปรับตัวลงแรงทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 เดือนแตะ 4,100 ดอลลาร์ วันที่ 23 มีนาคม ทรัมป์เลื่อนการโจมตีอิหร่าน 5 วัน ถึงแม้ว่าได้มีการยื่นข้อเสนอ 15 ข้อ ให้กับอิหร่านเพื่อยุติสงคราม แต่อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอ ทรัมป์ต้องยอมถอยเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 25 มีนาคม ทรัมป์ต้องเลื่อนการโจมตีอิหร่านออกไป 10 วัน กำหนดเส้นตายวันที่ 6 เมษายน ถึงแม้ว่าทรัมป์เผยว่ากำลังเจรจากับอิหร่าน แต่ในระหว่างทางก็ใช้วิธีกดดันขู่อิหร่านเป็นระยะๆ ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์กำลังเผชิญทางเลือกที่ยากลำบาก หลังจากสหรัฐทำสงครามกับอิหร่านมาเป็นเวลา 1 เดือน ท่ามกลางราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นและคะแนนนิยมที่ลดลง ทางเลือกแรก คือ ทำข้อตกลงที่อาจมีข้อบกพร่องเพื่อยุติสงคราม ทางเลือกที่ 2 การเพิ่มระดับการโจมตีทางทหารอาจนำไปสู่สงครามที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้สหรัฐต้องทุ่มทรัพยากรจำนวนมากทั้งด้านเศรษฐกิจและการทหาร และอาจส่งผลกระทบต่อการเมืองภายในประเทศของทรัมป์อย่างรุนแรง

เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาทางเลือกหลายทาง รวมถึงการพยายามผลักดันข้อตกลงทางการทูตเพื่อยุติสงคราม หรือการเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของอิหร่าน ผู้สนับสนุนแนวทางทางการทูตให้เหตุผลว่า การบรรลุข้อตกลงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่อาจช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคและทำให้ราคาพลังงานกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดีฝ่ายที่สนับสนุนการใช้กำลังทางทหารมองว่าการแสดงความแข็งกร้าวต่ออิหร่านเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านขยายอิทธิพลในภูมิภาคและเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสหรัฐในเวทีระหว่างประเทศ

ตลาดมีความคาดหวังอีกครั้งว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววันนี้ ล่าสุดวอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ทรัมป์พร้อมที่จะยุติการโจมตีอิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดอยู่ มองว่าการบีบให้อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง อาจทำให้สงครามยืดเยื้อเกินกว่ากรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ ตามที่วางไว้ หลังจากนี้สหรัฐฯ จะหันไปใช้มาตรการกดดันทางการทูตเพื่อให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ทองคำ 1 เดือนข้างหน้ากลับเป็นขาขึ้น เมื่อสงครามจบ

แนวโน้มราคาทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าทางด้านเทคนิคคาดกลับมาเป็นขาขึ้น หลังจากที่ในช่วงสงครามราคาทองคำปรับลงแรงจนลงไปต่ำสุดที่  4,100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 200 วัน มีแรงซื้อกลับเข้ามาจากแนวรับดังกล่าว ขณะที่จุดต่ำสุดของราคาทองคำยกสูงขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ราคาทองคำปรับขึ้นแรงทะลุผ่านแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA 100 วันได้ แต่ต้องยืนเหนือให้ได้จะทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับขึ้นไปที่  4,800 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย  73,500 บาท) และจะมีแนวต้านสำคัญที่ 4,950-5,000 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย 75,000-75,500 บาท) เป้าหมายของราคาทองคำ 1 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 5,200 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย  77,500 บาท) ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าสงครามต้องไม่ยกระดับความรุนแรงและในที่สุดจบลงได้ในอีก 1 เดือนข้างหน้า

ราคาทองคำเป้าหมาย 1 เดือนข้างหน้า $5,000 / $5,200

image 11
ที่มา : Aspen

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
hormuz

“อิหร่าน-โอมาน” ร่วมร่างพิธีสาร กำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

15:25 น.

 
trump getty

ทรัมป์สั่งปรับเกณฑ์ภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม-ทองแดงเข้มงวดขึ้น อ้างความมั่นคงชาติ

13:54 น.

 
ตลาดทองคำ

โกลด์แมนชี้ทองเสี่ยงย่อลึกแตะ 3,800 ดอลลาร์ หากเกิดภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงานรุนแรงขึ้น ก่อนฟื้นสู่เป้า 5,400 ภายในสิ้นปี 2026

11:47 น.

 
world bank iea imf

IMF-World Bank-IEA เคลื่อนไหว ผนึกกำลังตั้งทีมรับมือเศรษฐกิจโลก

14:43 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า