แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น +$14.94 หลังดอลลาร์อ่อนค่าและน้ำมันดิบ
ย่อตัว หลังสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังไม่ขยาย
วงกว้าง
Gold spot
สูงสุด – 4,142 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,105 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 65,750 บาท
ต่ำสุด – 65,600 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงเป็นวันที่ 5 สู่ระดับ 101.69 จุด จาก 102.39 จุด อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ย่อตัวลงเฉียดหลุด 5.10% ลงไป ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการย่อตัวลงเล็กน้อย หลังจากโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันอย่างเป็นทางการว่า การเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ ผ่านคนกลางในประเทศกาตาร์เกี่ยวกับข้อเสนอหยุดยิงและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินอยู่ แม้ความตึงเครียดในสนามรบยังไม่ลดลง อีกทั้งทางฝั่งกองทัพปากีสถาน – อิหร่านได้เริ่มฟื้นฟูช่องทางการประสานงานความมั่นคงชายแดนหลังจากก่อนหน้านี้เผชิญกับความตึงเครียด จากปัจจัยข้างต้น หนุนให้ตลาดคาดการณ์ว่าสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านที่กระทบถึงราคาน้ำมันดิบและเงินเฟ้ออาจยังไม่ขยายวงกว้างมากนัก เป็นบวกกับทองคำ ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 2.57 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกยังคง Sideways อยู่ในบริเวณแนวรับที่ 4,100 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 4,150 ดอลลาร์ โดยยังไม่มีทิศทางขาขึ้น / ลงที่ชัดเจน จึงประเมินว่า ทองโลกอาจยังคงแกว่งตัวในกรอบแนวรับ / ต้านดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,073 ดอลลาร์ ทองโลกมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นขาลงอีกระลอก
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,100 และ 4,073 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,150 และ 4,170 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,100 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,073 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่แนวต้านที่ 4,150 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 65,400 และ 65,150 บาท
แนวต้าน : 65,900 และ 66,100 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,400 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,150 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 65,900 บาท











