แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวระยะสั้น
- ราคาทองหลุด 4,100 ดอลลาร์ Bond Yield สหรัฐฯ ยังกดดันราคาทอง ขณะที่สถานการณ์สงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ กลับมาตรึงเครียด
Gold spot
สูงสุด – 4,169 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,066 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,100 บาท
ต่ำสุด – 65,750 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองปรับลงแรงหลุด 4,100 ดอลลาร์ ทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ที่ 4,066.5 ดอลลาร์ ในคืนที่ผ่านมา ก่อนฟื้นตัวกลับในช่วงเช้า หลังจากตลาดจีนกลับมาเปิดทำการวันแรก ทองคำยังคงได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่ยังแข็งแกร่ง อีกทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะ 5.35% เช่นเดียวกับ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 30 ปี แตะระดับ 5.73% อีกทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลางพร้อมปะทุรอบใหม่ หลังจากอิหร่านประกาศจะไม่ยอมยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และยังไม่มีการเจรจา ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ช่วงเวลา 01.00 น. รายงานการประชุม FOMC เผยเจ้าหน้าที่เฟด สนับสนุนปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ให้น้ำหนัก 81% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือน ต.ค. และ 66% จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือน ธ.ค. ด้านกองทุน SPDR เข้ามาซื้อทองคำ 1.14 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ภาพรวมราคาทองยังเคลื่อนไหวในทิศทาง Sideways Down การฟื้นตัวขึ้นของราคาทองในเช้านี้ คาดมีแนวต้านที่จำกัดโดยมีแนวต้านที่ 4,150 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA50 ของกราฟราย 4 ชั่วโมง ซึ่งหากทะลุขึ้นไปได้จะมีแนวต้านถัดไปที่ 4,165 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับ 4,100 ดอลลาร์ และ 4,065 ดอลลาร์
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,100 และ 4,065 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,150 และ 4,165 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,065 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,050 ดอลลาร์ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่แนวต้านที่ 4,150 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 65,400 และ 65,050 บาท
แนวต้าน : 65,900 และ 66,100 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,400 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,050 บาทลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 65,900 บาท











