แนวโน้มราคาทอง
ย่อตัวลงระยะสั้น
- ทองลง (-$6.31) จากบอยด์ยีลด์พุ่ง หลังเฟดยังไม่แน่ใจเงินเฟ้อ แต่สหรัฐฯ อิหร่าน และโอมาน ร่วมผ่อน
คลายช่องแคบฮอร์มุซ
Gold spot
สูงสุด – 4,303 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,223 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 67,300 บาท
ต่ำสุด – 66,500 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีได้ฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับ 4.67% จาก 4.61% (+1.32%) ในขณะที่นายนีล แคชแครี ประธานเฟดสาขามินนิอาโปลิส ได้กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจเริ่มตั้งแต่เดือนก.ย. เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและหลีกเลี่ยงการต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงมากขึ้นในภายหลัง อีกทั้งทางฝั่ง FedWatch Tool ของ CME Group ยังคงคาดการณ์ว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ก.ย. นี้ จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ตลาดยังต้องติดตามอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิดต่อไป อย่างไรก็ตาม อิหร่านเปิดเผยว่าการเจรจากับโอมานเกี่ยวกับการจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซได้ข้อตกลงในหลักการแล้ว ในขณะที่ปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซใกล้จะบรรลุผลแล้ว และสหรัฐฯ ยังคงติดต่อหารือกับอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แม้ในระยะสั้น อิหร่านอาจพิจารณาไม่ให้เรือสหรัฐฯ และพันธมิตรผ่านช่องแคบดังกล่าวก็ตาม จากปัจจัยข้างต้น อาจหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด อาจมีทิศทางเป็นขาลงในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 0.57 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง เทียบรายเดือน / รายปี เดือน ก.ค., การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ก.ค. และอัตราการว่างงาน เดือน ก.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการย่อตัวลงระยะสั้น หลังจากไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 4,270 ดอลลาร์ แต่ทว่าในภาพรวมยังสามารถรักษาระยะขาขึ้นเอาไว้ได้ จึงประเมินว่า ทองโลกมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหลังทดสอบแนวรับที่ 4,220 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,200 ดอลลาร์ มีโอกาสสูงที่จะปรับฐานลงต่อเนื่อง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,220 และ 4,200 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,270 และ 4,300 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,220 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,200 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,270 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 66,250 และ 66,050 บาท
แนวต้าน : 66,750 และ 67,050 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 66,250 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 66,050 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 66,750 บาท











