ตลาดทองคำเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ หลังราคาหลุด 3,900 ดอลลาร์ ลงแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 1 ปี และปรับฐานเกือบ 31% จากจุดสูงสุดต้นปี ท่ามกลางแรงกดดันจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ และแรงขายสินทรัพย์ทั่วโลก แต่เตือนอย่าเพิ่งสรุปว่าขาขึ้นระยะยาวสิ้นสุด เพราะความต้องการทองคำเชิงโครงสร้างยังมีแรงสนับสนุน พร้อมจับตาทองไทยบริเวณแนวรับ 62,100 บาท และแนวต้าน 62,850 บาท
ราคาทองคำโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม โดยร่วงสู่บริเวณ 3,870–3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่ำสุดในรอบประมาณ 1 ปี หลังเคยทำจุดสูงสุดใกล้ 5,595 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2569 สะท้อนการปรับฐานเกือบ 31% ซึ่งถือเป็นระดับที่ตลาดต้องกลับมาประเมินแนวโน้มทองคำครั้งสำคัญ
แรงขายครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ จากความกังวลว่าการลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาลอาจไม่สร้างผลตอบแทนตามคาด ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนต้องขายสินทรัพย์อื่น รวมถึงทองคำ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและชดเชยผลขาดทุน ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานยังทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดอาจต้องรักษาดอกเบี้ยสูงต่อไป
ร่วงเกิน 20% แปลว่าขาขึ้นจบแล้วหรือไม่?
ตามเกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปในตลาดการเงิน การปรับตัวลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดมักถูกเรียกว่า Bear Market แต่ไม่ได้หมายความว่าวัฏจักรขาขึ้นระยะยาวจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณาว่าปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด
ในทางเศรษฐศาสตร์ ทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง หรือ Real Yield อยู่สูง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือทองจะเพิ่มขึ้น ประกอบกับดอลลาร์ที่แข็งค่า ยิ่งสร้างแรงกดดันต่อราคา
อีกปัจจัยที่เร่งการปรับฐานคือพฤติกรรมนักลงทุน เมื่อราคาหลุดระดับจิตวิทยา 4,000 ดอลลาร์ อาจกระตุ้นคำสั่ง Stop Loss และการลดสถานะของผู้ใช้ Leverage ทำให้แรงขายรุนแรงกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้น
ทองคำยังมีโอกาสฟื้นหรือไม่?
ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินว่า แม้ภาพระยะสั้นยังเปราะบาง แต่ความต้องการทองคำระยะยาวไม่ได้หายไปทั้งหมด แม้การปรับฐานเกิน 20% จากจุดสูงสุดเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่ต้องระวัง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าความต้องการทองคำระยะยาวสิ้นสุดลง
ข้อมูลจาก World Gold Council พบว่า Gold ETF ทั่วโลกมีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน และปริมาณทองคำที่ถือครองเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดในเวลานั้น ขณะที่ผลสำรวจ Reuters วันที่ 27 ตุลาคมประเมินราคาทองคำเฉลี่ยปี 2570 ที่ 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนว่ายังมีแรงสนับสนุนเชิงโครงสร้าง แม้ไม่ได้รับประกันว่าราคาจะฟื้นตัวทันที โดยต้องติดตามด้วยว่ากระแสเงินลงทุนหลังจากเดือนกันยายนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
แนวโน้มทองคำ จับตาการกลับมายืนเหนือ $4,000
ในเชิงเทคนิค ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินว่า บริเวณ 3,870–3,900 ดอลลาร์ เป็นโซนสำคัญที่ต้องจับตา หากราคายังไม่สามารถรักษาระดับดังกล่าวได้ ความเสี่ยงในการปรับฐานต่อจะเพิ่มขึ้น
ขณะที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ เป็นแนวต้านจิตวิทยาสำคัญ หากราคากลับไปยืนเหนือได้ พร้อมกับ Real Yield และดอลลาร์เริ่มอ่อนตัว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัว แต่หากยังไม่ผ่าน ทองคำอาจต้องใช้เวลาในการสร้างฐานต่อไป
ดังนั้น การร่วงเกือบ 31% เป็นสัญญาณว่าทองคำเข้าสู่ช่วงขาลงอย่างชัดเจนจากจุดสูงสุด แต่ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศว่าขาขึ้นระยะยาวสิ้นสุด นักลงทุนควรติดตาม Real Yield ดอลลาร์ และกระแสเงินใน Gold ETF ควบคู่กัน เพราะตัวแปรเหล่านี้จะช่วยบอกว่าการปรับฐานครั้งนี้เป็นเพียงการพักฐาน หรือการเปลี่ยนทิศทางของตลาดอย่างแท้จริง
สำหรับ ทองคำแท่งไทย 96.5% ประเมินแนวรับที่ 62,100 และ 61,400 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 62,850 และ 63,000 บาท โดยทองไทยยังได้รับอิทธิพลจากค่าเงินบาท หากเงินบาทอ่อนค่าอาจช่วยพยุงราคา แต่หากแข็งค่าจะเพิ่มแรงกดดันแม้ทองโลกเริ่มฟื้นตัว
เมื่อความเสี่ยงของตลาดทำให้พอร์ตต้องรับมือให้ทัน การมีเครื่องมือที่รับมือได้ทั้งสองทิศทางจึงมีประโยชน์มากขึ้น Gold Futures และ Mini Gold Online Futures สามารถใช้ทั้งเก็งจังหวะตามแนวโน้ม และ Hedge ความเสี่ยงของพอร์ตทองในช่วงที่ข่าวสำคัญทำให้ราคาผันผวน และ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงตลาด TFEX พร้อมข้อมูลและมุมมองตลาดทองจากทีมที่มีประสบการณ์ สอบถาม 02 112 2222 กด 6
บทความโดย คุณ วราวุธ เบญจาพุทธารักษ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ผู้จัดการ ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ และพ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า บจ. ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1
ผู้วางแผนการลงทุน
* หมายเหตุ: คำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำบทวิเคราะห์
คำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Disclosure)
การใช้งานและวัตถุประสงค์:
บทวิเคราะห์ฉบับนี้มีการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อช่วยในการรวบรวมข้อมูล สังเคราะห์สรุปภาวะตลาด และเรียบเรียงเนื้อหาบางส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ลงทุน
กระบวนการตรวจสอบและมาตรฐานวิชาชีพ:
ข้อมูลและเนื้อหาที่ผลิตโดยระบบ AI ทั้งหมด ได้ผ่านการตรวจสอบ สอบทาน และยืนยันความถูกต้องโดย นักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาต (Human-in-the-Loop) บริษัทและนักวิเคราะห์ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาและความสมเหตุสมผลของบทวิเคราะห์ตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดโดยสำนักงาน ก.ล.ต.
ข้อจำกัดและความเสี่ยง:
เทคโนโลยี AI อาจมีข้อจำกัดด้านความครบถ้วนสมบูรณ์หรือความทันสมัยของข้อมูลในบางสถานการณ์ ผู้ลงทุนควรใช้ข้อมูลในบทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจลงทุนควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ อย่างรอบคอบ
ช่องทางการติดต่อและตรวจสอบย้อนหลัง:
บริษัทได้จัดให้มีระบบบันทึกข้อมูลย้อนหลัง (Traceability) เพื่อการตรวจสอบความโปร่งใส หากท่านพบข้อสงสัยหรือความผิดพลาดประการใด โปรดติดต่อ:
• หน่วยงาน: Marketing & Business Development
• เบอร์โทรศัพท์: 02 112 2222 ต่อ 1236• อีเมล: somrudee.m@hshfutures.com




