แนวโน้มราคาทอง
Sideways Down
- ทองลงหลังราคาน้ำมันดิบพุ่งสูง ขณะสหรัฐฯ –
อิสราเอลเตรียมโจมตีอิหร่านหลังเลือกตั้งเสร็จ
Gold spot
สูงสุด – 4,144 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,066 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 65,500 บาท
ต่ำสุด – 65,100 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการย่อตัวลง จากการที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการฟื้นตัวขึ้นต่ออีกครั้ง หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลทยอยเดินทางออกจากประเทศซาอุดีอาระเบียทันที ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงและการยกระดับการโจมตีจากกลุ่มฮูตีที่พุ่งเป้าไปยังเป้าหมายพลเรือนอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลกำลังร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ โดยพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนิวเคลียร์และคลังอาวุธของอิหร่านทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterms) สหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. นี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจยิ่งทำให้ตลาดมีความกังวลช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นหัวใจหลักของราคาพลังงานและเงินเฟ้อเสี่ยงวิกฤติหนักกว่าเดิม เป็นลบกับทองคำ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงคาดการณ์เกิน 80% ว่าเฟดอาจตรึงดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 28 ต.ค. อยู่ ทำให้ยังคงต้องติดตามสถานการณ์สหรัฐฯ – อิหร่าน อย่างใกล้ชิดต่อไป
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,066 ดอลลาร์ แต่ภาพรวม ทองโลกเริ่มเสียโครงสร้างราคา จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการปรับตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,125 ดอลลาร์อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,040 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่องอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,066 และ 4,040 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,125 และ 4,150 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 4,125 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,066 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,040 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 64,800 และ 64,500 บาท
แนวต้าน 65,450 และ 65,750 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 65,450 บาท และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 64,800 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับ 64,500 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











