แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองทรงตัวตามบอนด์ยีลด์ / ดอลลาร์ ขณะอิหร่าน –
ปากีสถานปิดพรมแดนเซ่นพิษความตึงเครียด
Gold spot
สูงสุด – 4,164 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,164 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,100 บาท
ต่ำสุด – 66,100 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีแนวโน้มทรงตัว จากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทรงตัวที่ระดับ 5.08% และดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทรงตัวที่ระดับ 101 จุด ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวที่ระดับ 110 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน หลังจากกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านและทางการปากีสถาน ประกาศระงับการสัญจรและการค้าผ่านด่านพรมแดนทางบก เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เนื่องจากปากีสถานได้ร่วมมือกับซาอุดีอาระเบียในกลุ่มพันธมิตร เพื่อเตรียมส่งความช่วยเหลือทางทหารในการป้องปรามกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ต้องติดตามต่อไปว่า ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางจะลุกลามเป็นความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างมากกว่าเดิมจนกระทบถึงน้ำมัน เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดหรือไม่ ทางด้านกองทุน SPDR
ซื้อทองคำ 5.91 ตัน เมื่อสัปดาห์ก่อน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการปรับตัวขึ้น แต่ระยะสั้นอาจยังไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 4,180 และ 4,200 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจยังคง Sideways ในกรอบแนวรับและแนวต้านดังกล่าวอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,100 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกมีสิทธิที่จะปรับตัวเป็นขาลง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,130 และ 4,100 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,180 และ 4,200 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ขายทำกำไรตามแนวต้านที่ 4,180 ดอลลาร์ และทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,130 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 65,750 และ 65,450 บาท
แนวต้าน : 66,250 และ 66,450 บาท
แนะนำขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 66,250 บาท และทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,750 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,450 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











