แนวโน้มราคาทอง
Sideways Down
- ราคาทองยังเผชิญแรงขาย หลังจากไม่สามารถยืนเหนือ $4,200 ความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง หนุนราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
Gold spot
สูงสุด – 4,200 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,147 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,700 บาท
ต่ำสุด – 66,300 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองโลกปรับตัวลง (-10.2) ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 4,161 ดอลลาร์ ทองคำยังได้รับแรงกดดันจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน หนุนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นเหนือ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังซาอุดีอาระเบียเปิดปฏิบัติการยึดพื้นที่ในเยเมนที่กลุ่มกบฏควบคุมกลับคืนมา นอกจากนี้ การโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังทำให้เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่จำนวนมากขึ้นเปลี่ยนเส้นทางและหลีกเลี่ยงอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ทางด้านสหรัฐฯ จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก ออกมาแถลงการณ์โดยให้มุมมองว่าเฟดอาจต้องชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า แต่ในปีนี้ยังมีความเหมาะสมที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้ง พร้อมให้เหตุผลว่าสัญญาณว่าเงินเฟ้อจะชะลอลง “อย่างมาก” และเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของเฟดในปีหน้า เมื่อผลกระทบจากกำแพงภาษีศุลกากรและราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจางลง รวมถึงสัญญาณอื่น ๆ ที่แสดงว่าเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังชะลอตัวลง น่าจะช่วยชดเชยแรงกดดันด้านราคาที่เกิดจากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทางด้านกองทุน SPDR ขายทอง 1.21 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้ เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เตรียมเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค เดือน ก.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกปรับตัวลงต่อเป็นวันที่ 2 หลังจากไม่สามารถกลับขึ้นยืนเหนือ 4,200 ดอลลาร์ได้ จากกราฟราย 4 ชั่วโมง ราคาทองกลับลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA ทุกเส้น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณการชะลอตัวลง ระหว่างวันคาดมีแนวรับที่ 4,140 ดอลลาร์ และถัดไปที่ 4,125 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้าน 4,200 ดอลลาร์ และ 4,225 ดอลลาร์
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,140 และ 4,125 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,200 และ 4,225 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,140 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,125 ดอลลาร์ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่แนวต้านที่ 4,200 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 65,800 และ 65,600 บาท
แนวต้าน : 66,500 และ 66,700 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,800 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,600 บาทลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 66,500 บาท











