ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก จอห์น วิลเลียมส์ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สามารถใช้เวลาในการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจก่อนจะตัดสินใจขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปได้ แม้เขาจะคาดว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีกหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้ แต่ก็ไม่เห็นว่าจำเป็นต้องเร่งรีบให้เกิดการตัดสินใจทันที
วิลเลียมส์ขึ้นกล่าวต่อผู้ฟังที่มหาวิทยาลัยบัฟฟาโลว่า หลังการประชุมเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Fed ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ทำให้อัตราเป้าหมายอยู่ในช่วง 3.75–4.00% และตอนนี้ธนาคารกลางไม่จำเป็นต้อรีบตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขากล่าวว่า หากเศรษฐกิจขยับไปตามที่คาดไว้ การปรับขึ้นอีกรอบในปลายปีอาจเป็นสิ่งที่เหมาะสม แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะเข้ามา
ในขณะที่ตลาดการเงินกำลังตีความไปว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนตุลาคม วิลเลียมส์แสดงท่าทีระมัดระวังต่อไทม์ไลน์ดังกล่าว และเน้นว่าธนาคารกลางต้องมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืนก่อนจะผ่อนคลายมาตรการ
เขาชี้ว่า สถานการณ์เงินเฟ้อยังถูกกดดันมาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี และปีนี้ปัญหาเลวร้ายขึ้นจากนโยบายภาษีศุลกากรของรัฐบาลและการขึ้นของราคาพลังงานที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ วิลเลียมส์ยังระบุว่า การลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็กำลังมีส่วนผลักดันแรงกดดันด้านราคา ขณะที่ผลของภาษีศุลกากรที่เคยกดดันราคาสินค้าเริ่มจางลง เว้นแต่จะมีการขึ้นภาษีการนำเข้าใหม่
สำหรับแนวโน้มตัวเลข วิลเลียมส์ประเมินว่าเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นมาประมาณ 3.5% ภายในสิ้นปีนี้ ก่อนจะอ่อนตัวลงในปีต่อไป และจะกลับมาใกล้เป้าหมาย 2% ภายในปี 2028 เขาคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตราว 2.25% ในปีนี้ และอัตราการว่างงานน่าจะขึ้นไปแตะประมาณ 4% ในปีหน้า
ล่าสุด CME FedWatch Tool ปรับลดน้ำหนักลงเหลือ 47.1% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. ซึ่งลดลงจากระดับเกือบ 70.9% เมื่อเทียบกับวันจันทร์ที่ผ่านมา
ขณะที่ปรับเพิ่มน้ำหนัก 52.1% คาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ซึ่งสูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อนที่ 47.2%
อย่างไรก็ดี แม้วิลเลียมส์แสดงออกถึงความอดทนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่เฟดรายอื่น ๆ ยังคงส่งสัญญาณสนับสนุนการใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงิน โดยไมเคิล บาร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่ออสแตน กูลสบี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า การปล่อยให้เงินเฟ้ออยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดเป็นเวลานานถึง 5 ปีครึ่ง ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก
ที่มา : Yahoo Finance, สำนักข่าวอินโฟเควสท์ และ CME Group










