แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองลง (-$8.1) ขานรับดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์พุ่งสูง หลังปธ.เฟดฟิลาเดเฟียกังวลเงินเฟ้อ ขณะน้ำมันดิบ
พุ่งสูง
Gold spot
สูงสุด – 4,302 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,244 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 67,950 บาท
ต่ำสุด – 67,450 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เป็นวันที่ 4 สู่ระดับ 101.24 จุด จากเดิมที่ 100.25 จุด อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 สู่ระดับ 5.20% จากระดับ 4.94% ในขณะที่ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย หนึ่งในคณะกรรมการที่มีสิทธิ์โหวตอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 ได้กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ และอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยมีปัจจัยหลักมาจากสงครามตะวันออกกลางและเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านยังคงไม่มีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังปธน.มาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ได้กล่าวโทษสหรัฐฯ – อิสราเอลว่าเป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความไร้เสถียรภาพทั่วโลก จากปัจจัยข้างต้น ทำให้นักลงทุนยังคงกังวลวิกฤตเงินเฟ้อภาคพลังงานที่อาจหนุนให้เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต เป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน ส.ค. และเวลา 21.00 น. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยม.มิชิแกน เดือน ก.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,235 ดอลลาร์ ทำให้ภาพรวมทองโลกเริ่มกลับมา Sideways เนื่องจากมีแนวโน้มไม่ทำ New Low ใหม่ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการพักตัวลงอีกครั้งหลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,300 และ 4,320 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,200 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกอาจทำ New Low อีกครั้ง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,235 และ 4,200 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,300 และ 4,320 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,235 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 4,200 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,300 และ 4,320 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 67,300 และ 66,950 บาท
แนวต้าน : 67,950 และ 68,150 บาท
แนะนำทยอยซื้อเก็งกำไรระยะสั้น เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 67,300 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 66,950 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไรอยู่ที่บริเวณแนวต้าน 67,950 และ 68,150 บาท










