Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

จับตาตัวแปรทองคำสัปดาห์นี้ ซัมมิตสหรัฐฯ – จีนดับไฟอิหร่าน ปะทะ เฟดสายเหยี่ยวและบอนด์ยีลด์ 2 ปี

21 กันยายน 2569|09:49 น.

Gold Bullish

  • จับตาการประชุมสุดยอดปธน.ทรัมป์ – สี จิ้นผิง
  • อุปทานน้ำมันลุ้นฟื้นตัว หลังซาอุฯ แก้เกม

Gold Bearish

  • ติดตามการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ชี้ทิศทางบอนด์ยีลด์
  • ติดตามถ้อยแถลงของกรรมการเฟดทั้ง 5 ท่าน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้น จากการที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการย่อตัวลง หลังซาอุดีอาระเบียได้เสนอทางออกฉุกเฉินด้วยการจัดส่งน้ำมันดิบเพิ่มเติมผ่านทางโอมาน เพื่อระบายน้ำมันออกสู่ทะเลอาหรับโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยคลายความกังวลเรื่องการขาดแคลนอุปทานระยะสั้นในระหว่างที่ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline กำลังเร่งซ่อมแซม ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนคลายความกังวลเงินเฟ้อภาคพลังงานลง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

อุปทานน้ำมันลุ้นฟื้นตัว หลังซาอุฯ แก้เกมวิกฤติช่องแคบ

ราคาน้ำมันดิบมีการย่อตัวลงระยะสั้น หลังความตื่นตระหนกด้านอุปทานชะงักงันเริ่มคลี่คลายลง เมื่อซาอุฯ ใช้วิธีด้วยการจัดหาเที่ยวเรือขนส่งน้ำมันดิบให้โรงกลั่นในเอเชียผ่านการถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือ (Ship-to-Ship Transfer) บริเวณนอกชายฝั่งท่าเรือโซฮาร์ (Sohar) ของโอมาน เพื่อชดเชยการระงับส่งออกที่ท่าเรือยานบู (Yanbu) ริมทะเลแดง ขณะที่นายคริส ไรท์ รมว.พลังงานสหรัฐฯ ระบุว่าการหยุดชะงักของท่อส่งน้ำมัน East-West เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราวที่จะได้รับการแก้ไขภายในไม่กี่วันเท่านั้น ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำกล่าวอ้างของผู้บัญชาการกองทัพเรืออิหร่าน (IRGC) โดยยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจร และกองเรือรบสหรัฐฯ ยังคงตรึงกำลังลาดตระเวนรักษาความมั่นคงทางทะเลอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม รายงานจากองค์กร United Against Nuclear Iran (UANI) ระบุว่า ก่อนเกิดสงครามมีเรือแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยวันละประมาณ 138 ลำ แต่ปัจจุบันตัวเลขยังคงลดฮวบเหลือเพียงไม่กี่ลำต่อวัน โดยเรือบรรทุกน้ำมันส่วนใหญ่ยังคงเลือกการถ่ายโอนน้ำมันแบบ Ship-to-Ship (STS) นอกช่องแคบเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง และยังไม่มีท่าทีที่จะกลับตัวเป็นขาลงเต็มตัว

จากปัจจัยข้างต้น หากปริมาณการขนส่งน้ำมันสามารถขนส่งออกมาจากตะวันออกกลางได้สำเร็จ อาจทำให้นักลงทุนบางส่วนผ่อนคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อภาคราคาพลังงานได้บางส่วน เป็นบวกกับทองคำ แต่ทว่ายังคงต้องติดตามต่อไปว่า ประเด็นสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน จะมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไปอีกนานเท่าไหร่ และเรือที่มีการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ จะสามารถกลับมาสัญจรได้อย่างปกติหรือไม่ เนื่องจากหากเหตุการณ์ยังคงบานปลายมากขึ้น ก็อาจกดดันทองคำให้ปรับตัวลงได้เช่นกัน

ติดตามการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ชี้ทิศทางบอนด์ยีลด์

ในวันที่ 23 ก.ย. (เวลาไทย) สหรัฐฯ จะมีการเผยการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งพฤติกรรมการซื้อขายพันธบัตรจะเป็นอีก 1 ตัวชี้วัดว่า ณ ตอนนี้ผลตอบแทนพันธบัตรในปัจจุบันมีความคุ้มค่าหรือไม่เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเฟด / เงินเฟ้อ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางบอนด์ยีลด์ในตลาดรอง ทั้งนี้ หากย้อนดูผลการประมูลพันธบัตร 3 เดือนล่าสุด (มิ.ย. – ส.ค. 2026) จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของทั้งระดับผลตอบแทนและความต้องการซื้อที่น่าสนใจ ดังนี้

ผลตอบแทนสูงสุดในการประมูล (High Yield)

  • เดือน มิ.ย. 2026: High Yield อยู่ที่ระดับ 4.189%
  • เดือน ก.ค. 2026: High Yield ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 4.315%
  • เดือน ส.ค. 2026: ล่าสุด High Yield ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.204%
  • จากตัวเลขข้างต้น บ่งบอกถึงต้นทุนการระดมทุนผ่านพันธบัตรอายุ 2 ปีของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงสุดในการประมูล ได้ปรับตัวสูงขึ้นในเดือน ก.ค. ก่อนชะลอลงในเดือน ส.ค. ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงตัวเลขยอดเสนอซื้อต่อยอดซื้อจริง (Bid-to-Cover Ratio) พบว่าอุปสงค์ในการประมูลกลับชะลอตัวลงตามไปด้วย

ความต้องการซื้อ (Bid-to-Cover Ratio)

  • เดือน มิ.ย. 2026: Bid-to-Cover Ratio อยู่ที่ 2.64 เท่า
  • เดือน ก.ค. 2026: Bid-to-Cover Ratio ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2.66 เท่า พร้อมกับ High Yield ที่เพิ่มขึ้นมาแตะ 4.315%
  • เดือน ส.ค. 2026: ล่าสุด Bid-to-Cover Ratio ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.60 เท่า หลัง High Yield ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.204%

จากตัวเลขดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า แม้ผลตอบแทนในการประมูล (High Yield) จะปรับตัวลดลงจาก 4.315% เป็น 4.204% แต่ระดับผลตอบแทนที่ลดลงยังไม่สามารถกระตุ้นให้อุปสงค์ในการประมูลเร่งตัวขึ้นได้เหมือนกับเดือนก่อน คาดการณ์ว่านักลงทุนอาจยังต้องการ Risk Premium หรือ Yield Premium ที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

บทสรุป: จากข้อมูลการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี พบว่าในช่วงเดือน มิ.ย. – ส.ค. 2026 High Yield ปรับจาก 4.189% ขึ้นสู่ 4.315% ก่อนลดลงมาอยู่ที่ 4.204% ขณะที่ Bid-to-Cover Ratio ลดลงจาก 2.66 เท่า เหลือ 2.60 เท่า แม้อุปสงค์โดยรวมยังรองรับการประมูลได้ แต่ยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนว่าตลาดพร้อมเข้าซื้อพันธบัตรเมื่อระดับผลตอบแทนลดลง สำหรับการประมูลเดือน ก.ย. ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การที่ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง จะเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและทำให้นักลงทุนต้องการ Risk Premium / Yield Premium ที่สูงขึ้นหรือไม่ เนื่องจากหากการประมูลพันธบัตรในเดือน ก.ย. ออกมาอ่อนแอ ผ่านตัวเลข High Yield ปรับขึ้นพร้อมกับ Bid-to-Cover Ratio ที่อ่อนตัวลง อาจสะท้อนว่าตลาดยังต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยง ซึ่งอาจหนุนให้ Bond Yield ในตลาดรองปรับตัวขึ้นต่อ และเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ ในทางกลับกัน หาก Bid-to-Cover Ratio ปรับตัวสูงขึ้น แม้ High Yield จะอยู่ในระดับสูง อาจสะท้อนว่าอุปสงค์ต่อพันธบัตรยังแข็งแกร่ง และช่วยลดแรงกดดันต่อ Bond Yield ในตลาดรองได้ โดยหากเกิดขึ้นพร้อมกับสัญญาณว่าตลาดลดความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

ติดตามถ้อยแถลงของกรรมการเฟดทั้ง 5 ท่าน

สัปดาห์นี้มีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดจากถ้อยแถลงของบรรดาคณะกรรมการเฟดทั้ง 5 ท่าน ซึ่งทุกคนล้วนมีสิทธิในการโหวตปรับขึ้น / ลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก และนายฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟด มีกำหนดแถลงเวลา 21:05 น. และ 21.20 น. ตามลำดับ ต่อเนื่องในวันที่ 23 ก.ย. นายไมเคิล บาร์ รองประธานเฟด จะขึ้นแถลงในเวลา 21:05 น.ในขณะที่ในวันที่ 24 ก.ย. ประธานเฟดสาขานิวยอร์กจะขึ้นแถลงอีกครั้งในเวลา 15:10 น. ก่อนที่ช่วงค่ำจะมีถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ เวลา 19:50 น. และประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย เวลา 21:10 น. ปิดท้ายในวันที่ 25 ก.ย. ด้วยถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขานิวยอร์กอีกครั้งในเวลา 16:15 น.

โดยถ้อยแถลงของคณะกรรมการแต่ละท่านคาดว่าจะครอบคลุมเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มอาจออกมาในเชิงคุมเข้ม (Hawkish) ด้านอัตราดอกเบี้ย โดยหากอ้างอิงจากการประชุม FOMC เมื่อคืนวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75%–4.00% พร้อมทั้งประมาณการอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ชี้ว่ากรรมการส่วนใหญ่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปี 2026 เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังอยู่เหนือเป้าหมาย 2%

จากปัจจัยข้างต้น ตลาดจึงยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า คณะกรรมการเฟดจะออกมาแสดงจุดยืนตอกย้ำความเข้มงวดของดอกเบี้ย รวมถึงส่งสัญญาณต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และตัวเลขเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากการประชุม FOMC หรือไม่ เนื่องจากหากมีท่าทีที่เข้มงวดชัดเจน อาจส่งผลให้ FedWatch Tool ของ CME Group เกิดความผันผวนและกลายเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำได้ แต่หากกรรมการไม่ได้ให้ความเห็นหรือส่งสัญญาณใหม่ใดๆ เพิ่มเติม ก็อาจไม่ได้มีแรงกดดันต่อราคาทองคำมากนัก

จับตาการประชุมสุดยอดปธน.ทรัมป์ – สี จิ้นผิง

นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ต่อสายตรงหารือระดับสูงเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำ ณ กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้ โดยปธน. ทรัมป์ เตรียมออกไปให้การต้อนรับปธน.สี
จิ้นผิง ด้วยตนเองที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์สในเย็นวันพุธที่ 23 ก.ย. ซึ่งเป็นการสะท้อนความต้องการสร้างเสถียรภาพในความสัมพันธ์ทวิภาคี และทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มแลกเปลี่ยนมุมมองต่อวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง โดยจีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิหร่านให้ใช้วิธีทางการทูตที่สันติและหันหน้าเข้าสู่การเจรจาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จีนได้พยายามทำหน้าที่เป็นตัวกลางสานความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน โดยนายหวัง อี้ ได้นำผลการหารือกับ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเมื่อวันที่ 16 ก.ย.มาแลกเปลี่ยนกับนายรูบิโอด้วย ซึ่งหากสหรัฐฯ ได้เริ่มแสดงท่าทีที่ผ่อนคลายลงในประเด็นอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ อาจหนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง ลุ้นเงินเฟ้อภาคพลังงานและดอกเบี้ยเฟดปรับตัวลงในอนาคต เป็นบวกกับทองคำ

อย่างไรก็ตาม อีก 1 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามก็คือประเทศไต้หวัน เนื่องจากจีนได้ส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่าไต้หวันคือประเด็นอ่อนไหวที่สุดที่อาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากันได้ โดยเริ่มผูกประเด็นไต้หวันเข้ากับความร่วมมือทางเศรษฐกิจโดยตรง ทำให้หากการประชุมดังกล่าวไม่มีความคืบหน้าในส่วนนี้ อาจทำให้การเจรจาประเด็นช่องแคบฮอร์มุซมีแนวโน้มสะดุด และอาจไม่ได้เป็นปัจจัยบวกต่อทองคำก็ได้เช่นกัน

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยม.มิชิแกน เดือน ก.ย.
  • ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน ส.ค.
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต / บริการเดือน ก.ย.
  • ดัชนีภาคการผลิตของเฟดสาขาริชมอนด์ เดือน ก.ย.

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำได้เริ่ม Break Out ทะลุกรอบ Falling wedge pattern และมีการฟื้นตัวขึ้นต่อ ทำให้ในภาพรวมทองคำเริ่มกลับมา Sideways อีกครั้ง หลังจากที่ราคามีการทยอยปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้

มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากซาอุฯ สามารถขนถ่ายการส่งออกน้ำมันได้ต่อเนื่องและกดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อ ในขณะที่หากการประชุมระหว่างปธน.ทรัมป์ – สี จิ้นผิง มีผลพลอยได้ในประเด็นเรื่องช่องแคบฮอร์มุซและอิหร่าน อาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าในระยะสั้น หนุนให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,430 และ 4,500 ดอลลาร์ ได้ในภายหลัง

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): หากสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงมีการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงหากมีการขยายวงสงครามไปยังทะเลแดง จนกดดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นทำ New High อีกครั้ง ในขณะที่หากการประมูลพันธบัตร 2 ปี แสดงถึงความอ่อนแอหลังนักลงทุนยังกังวลเงินเฟ้ออาจไม่คุ้มค่ากับผลตอบแทนของบอนด์ยีลด์ รวมถึงกรรมการเฟดได้แสดงท่าทีที่คุมเข้มเงินเฟ้อเพิ่มเติม อาจกดดันให้ราคาทองคำถูกแรงเทขายปรับตัวลงอีกครั้ง โดยมีแนวรับบริเวณ 4,265 และ 4,195 ดอลลาร์

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 67,400 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 66,800 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 69,300 บาท และ 70,000 บาท

image 291

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 21-09-2569

08:33 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 21-09-2569

08:51 น.

 
New SET SSF Cover 1000x670 06

Derivatives Recap 21-09-2569

08:07 น.

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 18-09-2569

16:07 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า