ข้อมูลจากเว็บไซต์ fiscaldata.treasury.gov แสดงให้เห็นหนี้สาธารณะสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับ 39.93 ล้านล้านดอลลาร์

นักกลยุทธ์การลงทุนของ Bank of America อย่าง Michael Hartnett ออกมาเตือนให้นักลงทุน “หลีกเลี่ยงการลงทุนในพันธบัตร” ท่ามกลางภาระหนี้ของสหรัฐที่พุ่งสูงใกล้ระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะชะลอลง โดยเขาประเมินว่าหนี้สหรัฐอาจเพิ่มขึ้นแตะ 50 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2029
แนวคิดการลงทุนของ Hartnett ในทศวรรษนี้เรียกว่า “Anything But Bonds” หรือ “ลงทุนอะไรก็ได้ยกเว้นพันธบัตร” ซึ่งสะท้อนมุมมองว่าภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงต้นทุนดอกเบี้ยที่สูง จะกดดันตลาดตราสารหนี้ในระยะยาว โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐมีภาระดอกเบี้ยหนี้สูงถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปีไม่ลดลงต่ำกว่า 3.25%
เขายังชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของตลาดการเงินในปัจจุบัน โดยตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐออกพันธบัตรอายุ 30 ปีที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในรอบ 25 ปี สะท้อนถึงต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ตลาดทุนกลับยังคงเดินหน้าขึ้น
นอกจาก “Anything But Bonds” แล้ว กรอบการลงทุนของเขายังประกอบด้วยแนวคิด “Anywhere but China” (หลีกเลี่ยงการลงทุนในจีน), “Anything But the Dollar” (ลดการพึ่งพาดอลลาร์) และ “All-in on AI” (เน้นลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์) โดยเขามองว่าความเชื่อของนักลงทุนที่ว่าผู้กำหนดนโยบายจะเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจและตลาดหุ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดยังคงปรับตัวขึ้น แม้อัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้จะอยู่ในระดับสูง
ด้านภาพรวมการคลังของสหรัฐในปี 2026 ยังคงอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลขาดดุลงบประมาณเดือนกรกฎาคมสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 432.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายจ่ายรวมแตะ 766 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน และเฉพาะดอกเบี้ยหนี้ก็สูงถึง 104 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว สำหรับช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2026 การจ่ายดอกเบี้ยสะสมอยู่ที่ 931 พันล้านดอลลาร์ และยอดขาดดุลรวมแตะ 1.799 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าทั้งปี 2025 แล้ว ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือน
ขณะเดียวกัน รายได้ภาครัฐยังถูกกดดันจากการคืนเงินภาษีนำเข้า (tariff refunds) หลังคำตัดสินของศาลฎีกา ทำให้รายได้จากภาษีศุลกากรติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม โดยมีการคืนเงินไปแล้วราว 100 พันล้านดอลลาร์ จากยอดภาษีที่จัดเก็บได้เดิมประมาณ 166 พันล้านดอลลาร์
Hartnett ระบุว่าภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักลงทุนอาจไม่ต้องการเพิ่มน้ำหนักในตราสารหนี้ โดยต้นทุนการชำระหนี้ที่สูงขึ้น ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้สภาพแวดล้อมการลงทุนในพันธบัตรยังคงมีความเสี่ยง
ที่มา : Yahoo Finance








