แนวโน้มราคาทอง
ปรับตัวขึ้น
- ทองขึ้น จากสหรัฐฯ – จีน อาจเกิดสงครามการค้ารอบใหม่ ขณะซาอุฯ ลดราคาน้ำมัน ลุ้นเงินเฟ้อลด
Gold spot
สูงสุด – 4,303 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,245 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 67,300 บาท
ต่ำสุด – 66,500 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น คาดการณ์มาจากการที่ตลาดเริ่มมีความกังวลสงครามการค้าระหว่างจีน – สหรัฐฯ รอบใหม่ หลังจากจีนประกาศคว่ำบาตรหน่วยงานและบริษัทอเมริกัน 7 แห่ง พร้อมเข้มงวดการส่งออกโดรนและเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังสหรัฐฯ โดย 6 แห่งเกี่ยวข้องกับมาตรการคว่ำบาตรสิทธิมนุษยชนในซินเจียง และอีก 1 แห่งเป็นบริษัทตรวจมาตรฐานสินค้าที่ช่วยบังคับใช้กฎหมาย UFLPA ของสหรัฐฯ เพื่อเป็นการตอบโต้กรณีที่สหรัฐฯ ใช้ FCC สั่งห้ามนำเข้าโดรนจีน และการเพิ่มบริษัทจีนกว่า 40 แห่งเข้าบัญชีดำใน UFLPA เพียงหนึ่งวันหลังการเจรจาการค้ารอบล่าสุด ในขณะที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติ Saudi Aramco ประกาศลดราคาขายน้ำมันดิบ Arab Light สำหรับการส่งมอบในเดือนหน้าแก่ลูกค้าในเอเชียลง 50 เซนต์ต่อบาร์เรล เหลือ ต่ำกว่าราคามาตรฐานภูมิภาค 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมีส่วนช่วยให้ราคาน้ำทันดิบ Brent ปรับตัวลง และอาจหนุนให้เงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟดอาจมีทิศทางลดลงในอนาคต เป็นบวกต่อทองคำเช่นกัน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกสามารถปรับตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับใหม่ที่ 4,250 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,315 และ 4,330 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,230 ดอลลาร์ ทองโลกอาจกลับมา Sideways อีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,250 และ 4,230 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,315 และ 4,330 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 4,315 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,250 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,230 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 66,700 และ 66,500 บาท
แนวต้าน 67,300 และ 67,500 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 67,300 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 66,700 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 66,500 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











