แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองทรงตัวตามดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ ขณะสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน แต่จีนยังคงเข้าซื้อทองคำ
Gold spot
สูงสุด – 4,072 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,043 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 64,250 บาท
ต่ำสุด – 64,200 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงทรงตัว จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีแนวโน้มทรงตัวยืนเหนือระดับ 99 หน่วย และ 4.60% ตามลำดับ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงทรงตัวยืนเหนือ 80 ดอลลาร์ เนื่องจากตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงอยู่ในวงจรซ้ำๆ ด้วยการยกระดับความตึงเครียดทางทหาร การประกาศความคืบหน้าทางการทูตที่ท้ายที่สุดไม่เกิดขึ้นจริง ก่อนจะกลับไปสู่การข่มขู่ตอบโต้กันอีกครั้ง จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดยังคงรอจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังสหรัฐฯ มีการชะลอการโจมตีอิหร่าน และอาจเป็นผลให้ราคาทองคำยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม กองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำในจีนมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิต่อเนื่อง 14 วันติดต่อกันจนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจากความผันผวนจากกองทุนที่ใช้เลเวอเรจลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี ทำให้นักลงทุนสถาบันเริ่มมองหาสินทรัพย์ที่เป็น Save Haven อย่างทองคำ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยดุลการค้าสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. และเวลา 21.00 น. จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่จาก JOLTS เดือน มิ.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองสามารถยืนเหนือแนวรับใหม่ที่ 4,045 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังคงอยู่ในระยะ Sideways จึงประเมินว่า ทองโลกอาจย่อตัวลงอีกครั้งหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,080 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,025 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,045 และ 4,025 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,080 และ 4,100 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร ตามบริเวณแนวต้าน 4,080 ดอลลาร์ และซื้อสะสมเมื่อราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,045 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,025 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 64,100 และ 63,900 บาท
แนวต้าน 64,400 และ 64,600 บาท
แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 64,400 บาท และซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 64,100 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 63,900 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











