แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองฟื้นตัวหลังดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ย่อตัว ขณะสหรัฐฯ แทรกแซงเงินเยน จับตาดีลสหรัฐฯ – อิหร่านเร็วๆนี้
Gold spot
สูงสุด – 4,082 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,041 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 64,250 บาท
ต่ำสุด – 64,050 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้น จากการบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 30 ปี มีการย่อตัวลง ในขณะที่
ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้อ่อนค่าลงหลุด 100 หน่วยลงไป หลังปธน.ทรัมป์ ได้เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้เข้าแทรกแซงตลาดเงินตราเพื่อพยุงค่าเงินเยนของญี่ปุ่นให้กลับมาแข็งค่าขึ้นตามคำร้องขอของญี่ปุ่น เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ได้มีการปรับตัวลง หลังปธน.ทรัมป์ได้กล่าวว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ โดยซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์ ได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน เนื่องจากมีแนวโน้มว่าการมีการเจรจาประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์อีกครั้ง ซึ่งปัจจัยด้านน้ำมันดิบนี้ อาจส่งผลให้เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดมีแนวโน้มไปในทิศทางปรับตัวลงในอนาคต ซึ่งเป็นอีก 1 ปัจจัยบวกต่อทองคำเช่นกัน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 21.00 น. สหรัฐฯ เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM เดือน ก.ค. และดัชนีราคาภาคการผลิตจาก ISM เดือน ก.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองมีการย่อตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,070 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways จึงประเมินว่า ทองโลกอาจฟื้นตัวขึ้นระยะสั้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,030 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,015 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,030 และ 4,015 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,070 และ 4,100 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,030 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,015 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,070 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 63,900 และ 63,700 บาท
แนวต้าน 64,250 และ 64,500 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 63,900 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 63,700 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 64,250 บาท











