Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

จับตาช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงกระทบถึงช่องแคบบับเอลมันเดบ อาจกระทบทองคำ

20 กรกฎาคม 2569|09:15 น.

Gold Bullish

  • จับตาตัวเลข CME FedWatch หลังประธานเฟดนิวยอร์กคาดเงินเฟ้อแผ่ว

Gold Bearish

  • ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงตึงเครียด จับตาช่องแคบบับเอลมันเดบ อาจเป็นรายถัดไป

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง จากการที่สงครามสหรัฐฯ – อิหร่านได้กลับมาปะทุอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้น จนเป็นเหตุให้ตลาดมีความกังวลด้านเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟด อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงตึงเครียด จับตาช่องแคบบับเอลมันเดบ อาจเป็นรายถัดไป

เมื่อสัปดาห์ก่อน ปธน.ทรัมป์ ได้ประกาศกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) ต่อท่าเรือทั้งหมดของอิหร่าน พร้อมขู่ว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่านในสัปดาห์นี้ หากอิหร่านยังไม่ยอมกลับเข้าสู่การเจรจา อีกทั้งสหรัฐฯยังพร้อมขยายปฏิบัติการจากพื้นที่ชายฝั่งทางใต้และบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเข้าไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ ในขณะที่กำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า ได้โจมตีคลังอาวุธและสถานที่เก็บยุทโธปกรณ์ของสหรัฐในบาห์เรนและคูเวต และอาจมีการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย หากฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงมีการโจมตีอิหร่านอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ IRGC ยังได้ขู่ว่า ทางอิหร่านพร้อมปิดเส้นทางส่งออกทั้งหมดที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐและพันธมิตร ซึ่งอิหร่านอาจใช้กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตร เข้าไปปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ประตูเชื่อมทะเลแดงกับอ่าวเอเดน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้าสำคัญของโลก

messageImage 1784263129574
ที่มา : Anadolu Agency

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ที่เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณ 20% ของการค้าทางทะเลทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติอีกครั้ง และเป็นชนวนเหตุให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนเมื่อเดือน มิ.ย. ว่าหากสงครามยืดเยื้อเกินกลางเดือน ก.ค. อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก เนื่องจากหลายประเทศใช้คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ไปมากแล้วเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อันเนื่องมาจากสงคราม อาจทำให้เงินเฟ้อ รวมถึงดอกเบี้ยเฟดปรับตัวลงยากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ

จับตาตัวเลข CME FedWatch หลังประธานเฟดนิวยอร์กคาดเงินเฟ้อแผ่ว

เมื่อสัปดาห์ก่อน นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดนิวยอร์ก ได้กล่าวว่า ตนเห็นเงินเฟ้อมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว โดยอัตราเงินเฟ้อโดยรวมจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 3.25% ภายในสิ้นปี 2026 หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงสู่เป้าหมาย 2% ในปี 2028 เนื่องจากไม่มีแรงผลักดันเพิ่มเติมจากมาตรการภาษีนำเข้าของปธน.ทรัมป์ เนื่องจากภาษีที่หมดอายุจะถูกแทนที่ด้วยมาตรการใหม่ อีกทั้งการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน น่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และจะปรับตัวลงใกล้ระดับก่อนเกิดสงครามอิหร่าน

จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ CME Fed Watch เริ่มลดการคาดการณ์ลงมาอย่างต่อเนื่อง จากเดือน ก.ค. เลื่อนไปถึงเดือน ต.ค. ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุม FOMC ซึ่งหากปัจจัยด้านสงครามสหรัฐฯ – อิหร่านกลับมาดีขึ้น อาจส่งผลให้ตลาดมีการเปลี่ยนตัวเลขการคาดการณ์อีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อราคาทองคำ แต่หากสงครามยังยืดเยื้อและขยายวงกว้าง ก็อาจส่งผลให้ตลาดเปลี่ยนตัวเลขคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยไวขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำเช่นกัน

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)
  • จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต / บริการ เดือน ก.ค.

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อในสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 4,070 ดอลลาร์ และมีการปรับตัวลง ทำให้ในภาพรวม ทองคำยังคงเป็นลักษณะแบบ Falling Wedge Pattern ในกรอบที่แคบขึ้น อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้มีทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้

มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน มีความคืบหน้าเชิงบวก และสามารถเข้าสู่โต๊ะเจรจาได้อีกครั้งในภายหลัง อาจหนุนให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ มีแนวโน้มปรับตัวลงในอนาคต ซึ่งเป็นการเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น โดยหากทองคำยังคงรับรู้ปัจจัยดังกล่าว มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,070 ดอลลาร์ ซึ่งหากทะลุแนวต้านแรกได้ มีโอกาสทะลุกรอบ Falling Wedge ในกรอบแคบ เพื่อไปทดสอบกรอบใหญ่แนวต้านถัดไปที่ 4,170 ดอลลาร์

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): ในทางกลับกัน หากสหรัฐฯ – อิหร่าน ไม่สามารถเจรจากันได้อย่างลงตัวในภายหลัง และสงครามยังคงยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง จนนำไปสู่การปิดช่องแคบบับเอลมันเดบ และเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ FedWatch Tools ของ CME Group เริ่มกลับมาคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น หรือคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้นกว่าเดิมปัจจัยเหล่านี้อาจกดดันให้ราคาทองคำถูกแรงเทขายกลับลงมาอีกครั้ง โดยมีแนวรับบริเวณ 3,890 และ 3,680 ดอลลาร์ ทั้งนี้ หากทองโลกหลุดแนวรับทั้งหมดที่ได้กล่าวไปข้างต้น แนวรับถัดไปจะอยู่ที่บริเวณ 3,690 ดอลลาร์ จากแนวรับใหญ่เส้น Trend Line

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 62,350 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 61,700 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 64,350 บาท และ 65,000 บาท

image 259

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 03-08-2569

15:44 น.

 
Cover 1000x670 03

Night Recap Gold Futures 03-08-2569

15:12 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 03-08-2569

08:49 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 03-08-2569

08:33 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า