ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยแนวทางการเจรจากับอิหร่าน โดยระบุว่าสหรัฐฯ มีความพร้อมที่จะร่วมมือกับอิหร่านในการนำยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงออกและทำลายทิ้ง หากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลากว่า 3 เดือน
ทรัมป์ระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ จะใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ของตนในการจัดการยูเรเนียม ไม่ว่าจะเป็นการทำลายในพื้นที่หรือการเคลื่อนย้ายออกไปทำลายนอกสถานที่ โดยสามารถดำเนินการร่วมกับอิหร่าน หรือหากไม่สามารถตกลงกันได้ สหรัฐฯ ก็พร้อมดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวภายใต้เงื่อนไขด้านความปลอดภัย
ในกรณีที่การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ ทรัมป์ย้ำว่าสหรัฐฯ จะใช้มาตรการทางทหารอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อทำลายขีดความสามารถของอิหร่าน จนสามารถเข้าควบคุมและจัดการวัสดุนิวเคลียร์ได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงศักยภาพด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในการติดตามความเคลื่อนไหว โดยระบุว่าระบบตรวจจับจากอวกาศสามารถเฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมายได้อย่างละเอียด
ในด้านความคืบหน้าการเจรจา ทรัมป์เปิดเผยว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงแล้ว แต่ยังมีประเด็นสำคัญที่สหรัฐฯ ต้องการเพิ่มเติม โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขที่ครอบคลุมไม่เพียงการ “พัฒนา” อาวุธนิวเคลียร์ แต่รวมถึงการ “จัดหา” หรือ “ซื้อ” อาวุธดังกล่าวจากภายนอก
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ระบุว่าผู้นำอิหร่านชุดใหม่มีแนวโน้ม “มีเหตุผลมากขึ้น” และเปิดกว้างต่อการเจรจา แม้สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง
ในมิติทางทหาร สหรัฐฯ ยังคงรักษากำลังทหารประมาณ 50,000 นายในภูมิภาค โดยทรัมป์ย้ำว่ายังไม่มีแผนถอนกำลังในระยะสั้น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกดดันในการเจรจา และรักษาเสถียรภาพด้านความมั่นคง
ทั้งนี้ แม้สงครามจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยเฉพาะราคาพลังงานและต้นทุนภาคเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์มองว่าผลกระทบดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแลกกับความมั่นคงในระยะยาว
อ้างอิง : NBCNEWS








