Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

ทองคำลุ้นรีบาวด์รับดีลสันติภาพสหรัฐฯ – อิหร่าน แต่แรงกดดันเงินเฟ้อจ่อสกัดดาวรุ่ง

08 มิถุนายน 2569|09:54 น.

Gold Bullish

  • ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ – อิหร่าน อาจเกิดขึ้นเร็วๆนี้

Gold Bearish

  • ติดตามตัวเลข CPI เดือน พ.ค. วันพุธนี้
  • อิหร่านโจมตีอิสราเอล ประเด็นเลบานอน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง หลังสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านทวีความรุนแรงจากการโจมตีฐานทัพด้วยโดรน ส่งผลให้ ปธน.ทรัมป์ ประกาศขู่ขยายเวลาปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซจนถึงวันแรงงาน หรือช่วงเดือน ก.ย. ตลาดจึงกังวลว่ามาตรการนี้อาจหนุนให้ราคาน้ำมันและเงินเฟ้อให้พุ่งสูงขึ้น ซึ่งบีบให้เฟดจำเป็นต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไป อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ – อิหร่าน อาจเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวว่า ตนเชื่อว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน เพื่อขยายระยะเวลาหยุดยิงและเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งได้ภายในสัปดาห์นี้ แม้ว่าตนยังไม่ได้เห็นชอบข้อตกลงดังกล่าว เนื่องจากยังต้อง “ปรับแก้รายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย” แต่ข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านในครั้งนี้อาจ “ส่งผลดียิ่งกว่าการชนะด้วยวิธีทางการทหาร” ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 215 ต่อ 208 เห็นชอบให้จำกัดอำนาจปธน. ทรัมป์ ในการทำสงครามกับอิหร่าน โดยกำหนดให้ปธน.ทรัมป์ถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากการทำสงครามกับอิหร่าน เว้นแต่รัฐสภาจะอนุมัติให้มีการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยืนยันการใช้ขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missiles) มุ่งเป้าโจมตีฐานทัพอากาศรามัตเดวิดทางตอนเหนือของอิสราเอล เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ก่ออาชญากรรมเป็นวงกว้างในเลบานอน พร้อมส่งสัญญาณเตือนอิสราเอลไม่ให้ทำการตอบโต้เด็ดขาด ในขณะที่พลเอก เอยัล ซาเมียร์ เสนาธิการกองทัพอิสราเอล ยืนยันว่าพบการยิงขีปนาวุธเข้ามาในดินแดนประมาณ 10 ลูก และประกาศความพร้อมสูงสุดที่จะโจมตีตอบโต้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดยังเฝ้าติดตามว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน จะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเร็ววันนี้หรือไม่ หากการเจรจามีความคืบหน้า อาจทำให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด ไปในทิศทางขาลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม หากการเจรจายังคงยืดเยื้อ ก็อาจกดดันให้ทองคำปรับตัวลงต่อได้เช่นกัน

ติดตามตัวเลข CPI เดือน พ.ค. วันพุธนี้

วันพุธนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่เฟดยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการเร่งตัวขึ้น เนื่องด้วยราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ทั้งนี้ ตัวเลข CPI ที่จะมีการประกาศนี้อาจออกมาทรงตัว / สูงกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง ผ่านมุมมองทั้ง 2 กลุ่มนี้ ได้แก่

1. มุมมองของกรรมการเฟด

1.1 นายฟิลลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธานเฟด: ยังคงกังวลต่อราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและอุปสรรคทางการค้าสากล ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมีโอกาสพุ่งสูงขึ้น (Upside Risk) และยังคงยืนยันความมุ่งมั่นที่จะดึงเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% ตามเป้าหมายของเฟด

1.2 นางลิซ่า คุก ผู้ว่าการเฟด: มีความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ กำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ผิด โดยแรงกดดันอุปสงค์การลงทุนในศูนย์ข้อมูล AI กว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ที่เร่งให้ราคาชิป อุปกรณ์ไฮเทค และค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ส่งผลให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงและพร้อมจะปรับขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่ลดลงมาตามคาด

1.3 นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดภูมิภาคนิวยอร์ก: คาดการณ์ว่าในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า อัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับที่สูงมากซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงยังคงจากมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้าอย่างรุนแรงของปธน.ทรัมป์ และสภาวะช็อกทางพลังงานที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางและหากเงินเฟ้อยังทรงตัวสูงต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องมีการ “คุมเข้มนโยบายเพิ่มเติม”

2. มุมมองของตลาด ผ่านการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 2 ปี

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2026 สหรัฐฯ มีการประมูลพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญว่าตลาดมองแนวโน้มทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย / เงินเฟ้อในระยะสั้นอย่างไร โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่มีความหนืด (Sticky Inflation) และความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน ทั้งนี้ หากพิจารณาผลการประมูลย้อนหลัง 3 เดือนล่าสุด จะพบสัญญาณการปรับตัวของตลาดดังนี้

1. ดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่าย (High Yield) – การสร้างฐานใหม่เหนือระดับ 4%:

หากพิจารณาถึงอัตราดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่ายจริง (High Yield) จะพบว่าตลาดผ่านช่วงความผันผวนอย่างรุนแรงในเดือนมี.ค. ที่ดอกเบี้ยพุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 3.936% ทันทีหลังเกิดภาวะตื่นตระหนกจากสงคราม แม้ในเดือนเม.ย.จะมีการพักตัวลงมาอยู่ที่ 3.812% แต่ล่าสุดในเดือนพ.ค. ดอกเบี้ยกลับดีดตัวขึ้นมาสร้างฐานใหม่ที่ระดับ 4.071% ซึ่งการขยับขึ้นมาตั้งหลักเหนือเพดาน 4% นี้ สะท้อนชัดเจนว่านักลงทุนกำลังเรียกร้องผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินในอนาคต

2. สัดส่วนยอดเสนอซื้อต่อยอดประมูลจริง (Bid-to-Cover Ratio)

ในด้านความต้องการซื้อนั้น เราจะเห็นภาพความตื่นตระหนกชัดเจนจากสัดส่วนยอดเสนอซื้อต่อยอดประมูลจริงในเดือนมี.ค.ที่ลดลงเหลือเพียง 2.44 เท่า ซึ่งถือเป็นช่วงที่ภาวะสงครามกำลังเร่งให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อระดับผลตอบแทนขยับสูงขึ้นจนเริ่มคุ้มค่าความเสี่ยง อุปสงค์ส่วนเกินดีดกลับขึ้นมาอย่างหนาแน่นในเดือนเม.ย.ที่ระดับ 2.65 เท่า และยังคงรักษาเสถียรภาพไว้ได้ดีในเดือนพ.ค.ที่ 2.64 เท่า ซึ่งการที่ยอด Bid-to-Cover Ratio ยังคงทรงตัวในระดับสูงนี้ แสดงให้เห็นว่า แม้ตลาดจะมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แต่ยอดการประมูลที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นนี้ แสดงให้เห็นว่า ตลาดอาจเริ่มยอมรับผลตอบแทนพันธบัตร เมื่อหักลบกับเงินเฟ้อได้ในระดับหนึ่ง

โดยสรุป ตัวเลข CPI วันพุธนี้มีอาจแนวโน้มทรงตัวหรือสูงกว่าคาด สอดคล้องกับท่าทีของกรรมการเฟดที่ยังคงมองว่าเงินเฟ้อ (CPI) อาจยังทรงตัวสูง ประกอบกับสัญญาณจากตลาดพันธบัตร 2 ปี ที่อัตราผลตอบแทน (High Yield) พุ่งขึ้นจนดึงดูดอุปสงค์ (Bid-to-Cover) ให้ฟื้นตัวกลับมาได้เพียงบางส่วน ทำให้ภาพรวมทั้งหมดตอกย้ำถึงภาวะเงินเฟ้อหนืด (Sticky Inflation) ที่อาจบีบให้เฟดต้องตรึงดอกเบี้ยสูงเป็นระยะเวลานาน (Higher for Longer) หรืออาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในภายหลังหาก CPI ยังปรับตัวขึ้นอีก ซึ่งสถานการณ์นี้จะกลายเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อราคาทองคำ เนื่องจากพันธบัตรกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่ทองคำกลับไม่มีดอกเบี้ยเมื่อถือครอง อย่างไรก็ตาม หากตัวเลข CPI ออกมาต่ำลง ก็อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น และอาจส่งผลให้ Bond Yield ในตลาดปรับตัวลงได้เช่นกัน

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

– ดุลการค้าสหรัฐฯ เดือนเม.ย. และดุลการค้าจีน เดือนพ.ค.
– ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน / ทั่วไปเดือน พ.ค. เทียบรายเดือน / รายปี
– การประชุมธนาคารกลางยุโรป
– ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน พ.ค. เทียบรายเดือน / รายปี
– จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
– ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย ม.มิชิแกน เดือน มิ.ย.

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อในสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำได้หลุด Pattern Falling wedge ซึ่งสะท้อนแรงกดดันฝั่งขายในระยะสั้น ในขณะที่ดัชนี RSI ใกล้จะลงทดสอบโซน Oversold และอาจลุ้นฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้มีทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้

มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน มีความคืบหน้า และมีการบรรลุข้อตกลงต่างๆสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี อาจเริ่มส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า, น้ำมันดิบร่วงลง และราคาทองคำอาจมีแรงหนุนเชิงบวก โดยมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,600 ดอลลาร์ และ 4,700 ดอลลาร์

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): ในทางกลับกัน หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน เกิดความยืดเยื้อและยังไม่มีการทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีการปรับตัวขึ้นจากผลกระทบด้านสงคราม อาจส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งสูง และตามมาด้วยเฟดอาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น หรือแม้กระทั่งขึ้นดอกเบี้ย ปัจจัยเหล่านี้อาจกดดันให้ราคาทองคำถูกเทขายกลับลงมาแนวรับบริเวณ 4,280 และ 4,180 ดอลลาร์ ทั้งนี้ หากทองโลกหลุดแนวรับทั้งหมดที่ได้กล่าวไปข้างต้น แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 4,100 ดอลลาร์ ตามเส้น 1.0 ของ Fibonacci

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 66,650 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 65,900 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 69,400 บาท และ 70,150 บาท

image 78

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 08-06-2569

09:08 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 08-06-2569

08:44 น.

 
New SET SSF Cover 1000x670 06

Derivatives Recap 08-06-2569

08:24 น.

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 05-06-2569

15:51 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า