แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองลง (-$53.5) ขานรับสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงทำสงครามต่อ หวั่นราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อพุ่ง
Gold spot
สูงสุด – 4,545 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,447 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 69,800 บาท
ต่ำสุด – 69,350 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ฟื้นตัวขึ้น สืบเนื่องมาจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ออกแถลงการณ์ในจันทร์ระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธแบบทิ้งตัว 2 ลูกเมื่อ โดยมุ่งเป้าไปที่กองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในคูเวต ในขณะเดียวกัน อิหร่านได้งานว่าได้ระงับการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ แล้ว เพื่อประท้วงการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน โดยอิหร่านจะไม่มีการเจรจาใด ๆ จนกว่าข้อเรียกร้องของอิหร่านเกี่ยวกับการยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล
ในฉนวนกาซาและเลบานอน จะได้รับการตอบสนอง นอกจากนี้ ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.0 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค.2022 จากระดับ 52.7 ในเดือนเม.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.0 จากปัจจัยข้างต้น ทำให้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด อาจยังคงตึงตัวต่อไป ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 0.28 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 21.00 น. สหรัฐฯ เผยจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่จาก JOLTS เดือน เม.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
เมื่อคืนที่ผ่านมา ราคาทองโลกได้ฟื้นตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,450 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,500 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกปรับตัวลงหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,430 ดอลลาร์ ทองโลกอาจยังอยู่ในระยะปรับฐานลงต่อไป
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,450 และ 4,430 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,500 และ 4,540 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้นราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,450 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,430 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,500 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 68,950 และ 68,750 บาท
แนวต้าน : 69,450 และ 69,850 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 69,450 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 68,950 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,750 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











