แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น หลังช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง แต่ภาวะอุปทานน้ำมันยังคงตึงเครียด
Gold spot
สูงสุด – 4,530 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,488 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 69,800 บาท
ต่ำสุด – 69,400 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ตลาดเริ่มคลายความกังวลหลังสหรัฐฯ – อิหร่านได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นด้วยการทำ MOU เพื่อขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ซึ่งช่วยให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง จากปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดอาจลดลงในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลง MOU ดังกล่าวต้องผ่านการลงนามจากปธน.ทรัมป์ ถึงจะสามารถบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ในขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้เน้นย้ำว่า ปัจจุบันอิหร่านได้ใช้มาตรการควบคุมน่านน้ำอย่างเต็มกำลัง และหากมีผู้ที่คิดจะก่อความไม่สงบหรือสร้างความเสียหาย จะต้องเจอกับการตอบโต้ที่เด็ดขาด นอกจากนี้ นายนีล แชปแมน รองประธานอาวุโสของบริษัท เอ็กซอน โมบิล (Exxon Mobil) เตือนว่า คลังสำรองน้ำมันจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจหนุนให้ราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดปรับตัวขึ้นอีกครั้งได้ แม้ว่า MOU จะมีความคืบหน้าก็ตาม
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้าที่ผ่านมา ราคาทองคำโลกฟื้นตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,495 ดอลลาร์ โดยประเมินว่า หากยังสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,535 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,475 ดอลลาร์ อาจสะท้อนว่าราคาทองโลกยังงไม่เข้าสู่รอบขาขึ้นอย่างชัดเจน
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,495 และ 4,475 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,535 และ 4,550 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้นราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,495 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,475 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,535 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 69,450 และ 69,200 บาท
แนวต้าน 69,850 และ 70,150 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมหากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 69,450 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 69,200 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่บริเวณแนวต้านที่ 68,850 บาท











