Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

ฮอร์มุซยังปิดตาย สวนทางดีลทรัมป์ – สี จิ้นผิง ขณะบอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันทองร่วง

18 พฤษภาคม 2569|08:37 น.

Gold Bullish

– สหรัฐฯ-จีน จับมือเคลียร์ช่องแคบฮอร์มุซ

Gold Bearish

– จับตารายงาน FOMC ของวันที่ 28-29 เม.ย.
– ไฟสงครามฮอร์มุซยังปะทุ สวนทางดีลทรัมป์ – สี จิ้นผิง

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง จากการที่สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า หลังตลาดกังวลราคาน้ำมันดิบและเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ FedWatch Tool ของ CME Group ปรับคาดการณ์ว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน มี.ค. 2027 อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

สหรัฐฯ-จีน จับมือเคลียร์ช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ระบุว่าจีนมีแรงจูงใจในการกดดันอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกที่ต้องนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านถึงร้อยละ 10 และมากกว่าครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมดมาจากตะวันออกกลาง ทำให้การปิดช่องแคบส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของจีนโดยตรงมากกว่าที่ส่งผลต่อสหรัฐฯ ในขณะที่การประชุมสุดยอดที่กรุงปักกิ่งได้ข้อสรุปสำคัญที่ ปธน.ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ได้เห็นพ้องกันว่า ช่องแคบฮอร์มุซจำเป็นต้องกลับมาเปิดเพื่อสนับสนุนการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรี อีกทั้งปธน.สี จิ้นผิง ยืนยันชัดเจนถึงการคัดค้านการใช้ช่องแคบนี้เป็นเครื่องมือทางทหารหรือความพยายามที่จะเรียกเก็บค่าผ่านทางที่ผิดกฎหมายสากล

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในสภาวะที่ร้อนระอุและราคาน้ำมันยังคงทรงตัวสูง หลังรายงานจาก IEA ระบุว่าตลาดน้ำมันจะตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนอุปทานอย่างรุนแรงไปจนถึงเดือน ต.ค. เป็นอย่างน้อย แม้สงครามจะจบลงในเร็ววันก็ตาม ในขณะที่สงครามสหรัฐฯ – อิสราเอล กับอิหร่าน ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ เผยหลังการพบปะผู้นำจีนว่าตนไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบเปิดช่องแคบฮอร์มุซหากการเจรจาสันติภาพยังไม่ลงตัว พร้อมระบุว่าจีนต้องการเห็นสงครามยุติและยินดีจะซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดยังต้องจับตาสถานการณ์ต่อไปว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ หากการเจรจาระหว่าง ปธน.ทรัมป์ และ ปธน.สี จิ้นผิง ทำให้ช่องแคบเปิดอีกครั้ง อาจส่งผลให้ราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อ ลดลง เฟดลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น แต่หากภาวะสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังดำเนินต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ราคาทองคำถูกกดดันลงต่อเนื่องได้เช่นกัน

จับตารายงาน FOMC ของวันที่ 28-29 เม.ย.

ในวันที่ 21 พ.ค. เฟดจะมีการสรุปรายงานการประชุม FOMC ของวันที่ 28-29 เม.ย. หลังการประชุมดังกล่าวสิ้นสุดลง โดยในการประชุม FOMC ที่ผ่านมานี้ ได้มีมติ 8 ต่อ 4 ให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% เนื่องจากความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น โดยประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ได้ให้มุมมองว่า เฟดจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงมาก ในขณะที่ประธานเฟดสาขามินนีแอโพลิสออกมาส่งสัญญาณเตือนว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอย่างหนัก และการตัดสินใจครั้งต่อไปของเฟดอาจจำเป็นต้องเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กได้ระบุว่า นโยบายการเงินปัจจุบันอยู่ในจุดที่เอื้อต่อการคุมเงินเฟ้อแล้วและยังไม่มีเหตุผลที่จะปรับขึ้นหรือลดดอกเบี้ยในทันที ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) เดือน เม.ย. เทียบรายปี เร่งตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 3.8% จาก 3.3% ในเดือน มี.ค. และเป็นระดับสูงสุดรอบ 3 ปี

นอกจากเฟดและคณะกรรมการ FOMC จะมีมุมมองที่กังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อแล้ว ตลาดยังได้แสดงความกังวลผ่านการประมูลพันธบัตรเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ซึ่งมักถูกใช้เป็นหนึ่งในตัวสะท้อนมุมมองของตลาดต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยระยะยาว โดยการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีดังนี้

1. ดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องจ่าย (High Yield) พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง: ดอกเบี้ยในการประมูลปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 4.177% ในเดือน ก.พ. 2026 กระโดดขึ้นมาเป็น 4.468% ในเดือน พ.ค. 2026 สะท้อนให้เห็นว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นเพื่อจูงใจให้นักลงทุนยอมรับความเสี่ยงในการถือครองพันธบัตรระยะยาว

2. ความต้องการซื้อ (Bid-to-Cover Ratio): มีสัดส่วนยอดเสนอซื้อต่อยอดประมูลจริงขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 2.38 เท่า ในเดือน ก.พ. 2026 เป็น 2.41 เท่า ในเดือน พ.ค. 2026 ซึ่งแม้จะดูเหมือนมีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่เมื่อเทียบกับดอกเบี้ยที่พุ่งสูงเกือบแตะ 4.5% ถือว่าอุปสงค์โดยรวมยังคงเปราะบาง

3. นักลงทุนต่างชาติลดการซื้อลงต่อเนื่อง จนสถาบันในประเทศเพิ่มสัดส่วนการเข้าซื้อ: กลุ่มนักลงทุนต่างชาติและสถาบันภายนอก (Indirect Bidder) มียอดสั่งซื้อลดลงต่อเนื่องจาก 2.700 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือน ก.พ. 2026 เหลือเพียง 2.678 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือน พ.ค. 2026 ส่งผลให้กลุ่มสถาบันในประเทศ (Direct Bidder) เลือกที่จะเข้ามารับอุปทานส่วนเกินแทนเพื่อเลือกผลตอบแทนที่สูงขึ้น ทำให้ดีลเลอร์หลัก (Primary Dealer) รอดพ้นจากการแบกรับภาระอุปทานส่วนเกินได้อย่างหวุดหวิด โดยยอดซื้อของ Dealer ลดลงจาก 5.595 พันล้านดอลลาร์ เหลือ 5.016 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างนี้สะท้อนถึงสภาวะความต้องการ (Demand) ของเม็ดเงินต่างชาติที่อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

จากปัจจัยที่ได้กล่าวไปในทั้งหมดข้างต้น แสดงให้เห็นว่า เฟดกำลังกังวลราคาพลังงานที่กำลังทำให้ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นผ่านการคงดอกเบี้ย ในขณะที่อุปสงค์ในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่เป็นตัวสะท้อนถึงเงินเฟ้อระยะยาวยังคงอ่อนแรงจากการที่ตลาดยังคาดการณ์ว่าเฟดยังไม่ลดดอกเบี้ยได้โดยง่าย ส่งผลให้การเปิดเผยรายงานการประชุม (FOMC Minutes) ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ มีแนวโน้มที่จะสะท้อนมุมมองที่เข้มงวด (Hawkish) ของคณะกรรมการเฟด ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้บอนด์ยีลด์ทรงตัวในระดับสูง และกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลงในที่สุด

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้
– จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
– ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต / บริการ เดือน พ.ค.
– ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย ม.มิชิแกน เดือน พ.ค.

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำมีความเสี่ยงปรับฐานลง หลังทองคำเริ่มไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ (Lower High) อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้มีทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้
มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง และส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า, น้ำมันดิบร่วงลง ราคาทองคำอาจมีแรงหนุนเชิงบวก โดยมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,750 ดอลลาร์ และ 4,850 ดอลลาร์

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): ในทางกลับกัน หากสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังดำเนินต่อไป ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า, น้ำมันดิบและพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งสูงกว่าเดิม ตามมาด้วยเฟดอาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนาน หรือแม้กระทั่งขึ้นดอกเบี้ย ปัจจัยเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสและกดดันให้ราคาทองคำถูกเทขายกลับลงมาแนวรับบริเวณ 4,460 และ 4,360 ดอลลาร์ ได้เช่นกัน

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 69,300 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 68,800 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 72,000 บาท และ 72,500 บาท

image 160

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 19-05-2569

16:29 น.

 
Cover 1000x670 03

Night Recap Gold Futures 19-05-2569

16:26 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 19-05-2569

09:05 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 19-05-2569

08:49 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า