จับตา “ทรัมป์” เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ แถลงผลงานต่อสภาคองเกรส 24 ก.พ.69 หรือ 09.00 น. ตามเวลาไทย ในจังหวะการเมืองเปราะบาง คะแนนนิยมร่วง เศรษฐกิจชะลอ และความตึงเครียดกับอิหร่านพุ่งสูง
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.05 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมกล่าวสุนทรพจน์แถลงผลงานประจำปีต่อสภาคองเกรส (State of the Union) ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียด คะแนนนิยมตกต่ำ ความวิตกกังวลต่อความตึงเครียดกับอิหร่าน และแรงกดดันจากค่าครองชีพที่ยังสูง ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนใกล้เข้ามา
การกล่าวสุนทรพจน์ซึ่งถ่ายทอดสดในช่วงไพรม์ไทม์ ถือเป็นครั้งที่สองในรอบ 13 เดือนนับตั้งแต่ทรัมป์กลับสู่ทำเนียบขาว และถูกมองว่าเป็นเวทีสำคัญในการโน้มน้าวผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ยังสนับสนุนพรรครีพับลิกัน อย่างไรก็ตาม จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางอุปสรรคทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์เผชิญข่าวลบหลายด้าน ตั้งแต่คำวินิจฉัยของ Supreme Court of the United States ที่เพิกถอนมาตรการภาษีแบบครอบคลุมของเขา ข้อมูลเศรษฐกิจที่ชี้ว่าเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าคาด ขณะที่เงินเฟ้อเร่งตัว รวมถึงกรณีที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ต้องปิดทำการเป็นส่วนใหญ่ จากความขัดแย้งระหว่างรีพับลิกันและเดโมแครตเรื่องนโยบายผู้อพยพ
ขณะเดียวกันทรัมป์ยังเผชิญแรงกดดันจากกระแสวิจารณ์กรณีการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับนักโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ซึ่งสร้างคำถามต่อความโปร่งใสของรัฐบาล
ด้านนโยบายต่างประเทศ ทรัมป์ถูกมองว่าเข้าใกล้ความเสี่ยงปะทะทางทหารกับ Iran มากขึ้น จากประเด็นโครงการนิวเคลียร์ โดยมีการเคลื่อนกำลังเรือรบไปยังตะวันออกกลาง และกำลังพิจารณาแผนที่อาจรวมถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอิหร่าน แหล่งข่าวในทำเนียบขาวระบุว่า สุนทรพจน์ครั้งนี้อาจเป็นครั้งแรกที่ทรัมป์นำเสนอเหตุผลต่อสาธารณะเพื่อสนับสนุนการแทรกแซงทางทหาร
ทรัมป์ยังเตรียมกล่าวถึงบทบาทของตนในการเป็นคนกลางสันติภาพระหว่างประเทศต่าง ๆ พร้อมทั้งพูดในวันครบรอบ 4 ปีของการรุกรานยูเครนโดย Russia ซึ่งสะท้อนว่าเขายังไม่สามารถยุติสงครามใน Ukraine ได้ แม้เคยกล่าวว่าจะจัดการได้ภายใน 24 ชั่วโมง
ในประเด็นเศรษฐกิจ ทรัมป์คาดว่าจะโต้แย้งคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับภาษี พร้อมชี้แจงว่ามีช่องทางกฎหมายอื่นที่สามารถใช้ฟื้นมาตรการภาษีส่วนใหญ่ขึ้นมาใหม่ได้ ที่ปรึกษาพรรครีพับลิกันพยายามผลักดันให้เขามุ่งเน้นเรื่องค่าครองชีพและปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2567
แหล่งข่าวในทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์จะอ้างความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ โดยชี้ไปที่ตลาดหุ้นที่ปรับขึ้น การลงทุนภาคเอกชน และมาตรการลดภาษี พร้อมกล่าวโทษว่าเศรษฐกิจที่อ่อนแอเป็นมรดกจากอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน
อย่างไรก็ดีโพลหลายสำนักชี้ว่าชาวอเมริกันจำนวนมากยังไม่เชื่อมั่นในความสามารถของทรัมป์ในการแก้ปัญหาค่าครองชีพ และมองว่านโยบายผู้อพยพของเขาไปไกลเกินไป
ฝั่งเดโมแครตเตรียมตอบโต้เชิงสัญลักษณ์ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกกว่า 20 คนจะไม่เข้าร่วมรับฟังสุนทรพจน์ แต่ไปจัดชุมนุมกลางแจ้งแทน นำโดยวุฒิสมาชิก Jeff Merkley ที่ระบุว่า งานดังกล่าวจะสะท้อนภาพความจริงของผลงานทรัมป์ มากกว่าสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ
ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย Abby Spanberger จะเป็นผู้กล่าวคำแถลงตอบโต้ในนามพรรคเดโมแครต ขณะที่วุฒิสมาชิก Alex Padilla จะกล่าวคำตอบโต้ฉบับภาษาสเปน
สุนทรพจน์ครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ทรัมป์จะสามารถใช้เวทีสำคัญนี้พลิกกระแสการเมืองและกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนได้หรือไม่ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านทั้งในประเทศและเวทีโลก
อ้างอิง : reuters.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








