การถอนตัวของสหรัฐออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (22 ม.ค.) หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศถอนตัวจาก WHO นับตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2568
อย่างไรก็ดี WHO เปิดเผยว่า สหรัฐยังคงไม่ได้ชำระเงินสมทบตามภาระผูกพันที่ค้างอยู่
‘ณ วันนี้ สหรัฐยังคงไม่ได้ชำระเงินตามใบแจ้งหนี้สำหรับเงินสมทบภาคบังคับในรอบปีงบประมาณ 2567-2568’ เจ้าหน้าที่ WHO ระบุ
สื่อรายงานว่า ยอดเงินที่สหรัฐค้างชำระมีวงเงินราว 278 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,700 ล้านบาท
นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO กล่าวว่า การตัดสินใจของสหรัฐ จะทำให้ทั้งสหรัฐและโลกไม่ปลอดภัย เนื่องจากภารกิจจำนวนมากที่ WHO ดำเนินการนั้นถือเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐเอง และ ‘นั่นคือเหตุผลที่ผมกล่าวว่า สหรัฐไม่สามารถปลอดภัย หากไม่ทำงานร่วมกับ WHO’
‘นี่เป็นสถานการณ์ที่แพ้ทั้งสองฝ่าย มันเป็นความสูญเสียของสหรัฐ และเป็นความสูญเสียของทั้งโลก โดยความมั่นคงด้านสาธารณสุขของโลกจะอ่อนแอลง หากขาดความร่วมมือสำคัญนี้’ นายแพทย์กีบรีเยซุสกล่าว
ทางด้านปธน.ทรัมป์อ้างเหตุผลในการนำสหรัฐถอนตัวออกจาก WHO โดยระบุว่า WHO ตอบสนองต่อการระบาดของโรคโควิด-19 ล่าช้าเกินไป และไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่ระยะแรกได้ นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวหา WHO ว่าเข้าข้างจีน โดย WHO เชื่อข้อมูลจากรัฐบาลจีนมากเกินไป โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดโควิด-19 และไม่กดดันจีนอย่างเพียงพอเรื่องความโปร่งใสเกี่ยวกับต้นตอของการแพร่ระบาด
ขณะเดียวกัน ปธน.ทรัมป์ไม่พอใจเกี่ยวกับเงินสนับสนุน WHO โดยมองว่าสหรัฐจ่ายเงินให้ WHO มากเกินไป เมื่อเทียบกับประเทศอื่น โดยเฉพาะจีน แต่กลับไม่ได้รับประโยชน์คุ้มค่า
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








