สกุลเงินเยน ยูโร และปอนด์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย แต่ส่งสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อสูงอันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.87% แตะที่ 99.222
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันพฤหัสบดีตามคาด และระบุในแถลงการณ์ว่า สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยทำให้เงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะอยู่ในช่วงขาขึ้น และให้การเติบโตทางเศรษฐกิจมีความเสี่ยงขาลง
ด้านธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดี และระบุในแถลงการณ์ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ทำให้ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาเชื้อเพลิงและค่าสาธารณูปโภคของภาคครัวเรือน และยังมีผลกระทบทางอ้อมผ่านต้นทุนของภาคธุรกิจ โดยขณะนี้ BoE กำลังจับตาความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ
ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ในการประชุมวันพฤหัสบดีเช่นกัน พร้อมกับเตือนว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านอาจส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอตัวลง และผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น โดยย้ำว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเกี่ยวกับจังหวะเวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 8,000 ราย สู่ระดับ 205,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 215,000 ราย
ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 17.6% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน สู่ระดับ 587,000 ยูนิตในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นอัตราชะลอตัวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 722,000 ยูนิต จากระดับ 712,000 ยูนิตในเดือนธ.ค. ส่วนเมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 11.3% ในเดือนม.ค.
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








