“สหรัฐ” ปิดดีลการค้า “ไต้หวัน” ลดภาษีนำเข้าเหลือ 15% เทียบเท่าญี่ปุ่น–เกาหลีใต้ ไต้หวันเปิดตลาด–ซื้อสินค้าสหรัฐกว่า 8.4 หมื่นล้านดอลลาร์
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.02 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สหรัฐ และ ไต้หวัน บรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ โดยสหรัฐจะลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันลงเหลือ 15% ในระดับเดียวกับพันธมิตรเอเชียอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ขณะที่ไต้หวันตกลงเปิดตลาดและผ่อนคลายอุปสรรคทางการค้าสำหรับสินค้าจากสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ
ภายใต้ข้อตกลงนี้ ไต้หวันจะยกเลิกหรือปรับลดกำแพงภาษีสินค้าสหรัฐถึง 99% พร้อมให้สิทธิการเข้าถึงตลาดแบบพิเศษสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรจากสหรัฐ ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ เนื้อวัว ไปจนถึงแร่ธาตุสำคัญ
นอกจากนี้ไต้หวันยังมีแผนจัดซื้อสินค้าจากสหรัฐมูลค่ากว่า 84,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2025–2029 รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) น้ำมันดิบ เครื่องบิน และอุปกรณ์ด้านพลังงาน
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ Office of the United States Trade Representative ระบุว่า ไต้หวันให้คำมั่นจะแก้ไขอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีที่คั่งค้างมานาน เช่น การยอมรับรถยนต์ที่ผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ของรัฐบาลกลางสหรัฐ (Federal Motor Vehicle Safety Standards) โดยไม่กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม
ข้อตกลงการค้าครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีของไต้หวันให้คำมั่นเมื่อเดือนมกราคมว่าจะลงทุนอย่างน้อย 250,000 ล้านดอลลาร์ในกำลังการผลิตภายในสหรัฐ โดยได้รับการสนับสนุนจากวงเงินสินเชื่อภาครัฐในมูลค่าใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม สหรัฐและไต้หวันยังมีมุมมองที่แตกต่างกันในประเด็นโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานชิป
ก่อนหน้านี้ Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ระบุว่ารัฐบาลมีเป้าหมายดึง 40% ของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมดของไต้หวันมายังสหรัฐ และเตือนว่าบริษัทชิปจากไต้หวันที่ไม่ตั้งฐานการผลิตในสหรัฐอาจเผชิญภาษีสูงถึง 100%
อย่างไรก็ดี ไต้หวันโต้แย้งว่าการย้ายห่วงโซ่อุปทานในสัดส่วนดังกล่าวเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ โดยรองนายกรัฐมนตรี เฉิง ลี่ฉุน ชี้ว่าระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันที่สร้างมากว่าสองทศวรรษ ไม่สามารถย้ายออกได้ง่าย และการขยายการลงทุนในต่างประเทศจะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการคงฐานการผลิตหลักไว้ในประเทศ
ด้าน China ซึ่งมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตนเอง ได้วิจารณ์ข้อตกลงดังกล่าว โดยระบุว่าจะยิ่งบั่นทอนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไต้หวัน พร้อมกล่าวหาพรรครัฐบาลไต้หวันว่าปล่อยให้สหรัฐคว้านเอาอุตสาหกรรมหลักของเกาะ
สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เคยระบุว่าการรวมชาติไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่เป็น “สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในประวัติศาสตร์” ขณะที่ไต้หวันปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว
แม้สหรัฐจะไม่มีสนธิสัญญาป้องกันร่วมกับไต้หวัน แต่กฎหมาย Taiwan Relations Act ปี 1979 ระบุว่าสหรัฐจะจัดหาอาวุธและบริการด้านการป้องกันที่จำเป็น เพื่อช่วยให้ไต้หวันมีศักยภาพป้องกันตนเองอย่างเพียงพอ
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สหรัฐอนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 11,150 ล้านดอลลาร์ นับเป็นหนึ่งในดีลใหญ่ที่สุด ซึ่งกระตุ้นให้จีนออกมาโจมตีสหรัฐว่าละเมิดหลักการจีนเดียวอย่างรุนแรง
อ้างอิง : cnbc.com
ที่มา : สำนักข่าวการเงินธนาคาร








