Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

ราคาทองสร้างฐาน ลุ้นขึ้นต่อ สัปดาห์นี้ติดตามประชุม FOMC และความตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ

16 มีนาคม 2569|10:29 น.

Gold Bullish

  • จับตาความไม่แน่นอนในการเตรียมประชุมซัมมิตระหว่าง สี – ทรัมป์
  • จับตาความไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซ

Gold Bearish

  • ติดตามการประชุม FOMC ของเฟดในคืนวันพุธนี้
  • จับตาดัชนี PPI คืนวันพุธนี้

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นและอาจก่อให้เกิดเงินเฟ้อภาคพลังงานเป็นปัจจัยหนุน ในขณะที่ตลาดยังคงกังวลว่าการประชุม FOMC ในวันพุธนี้ อาจมีสัญญาณของการแสดงความกังวลด้านเงินเฟ้อจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

จับตาความไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซ

ช่องแคบฮอร์มุซคือ 1 ในภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญในการขนส่งน้ำมันผ่านทางเรือ เนื่องจากปริมาณน้ำมัน ประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG): ประมาณ 1 หมื่นล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ต้องผ่านช่องแคบดังกล่าวโดยเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงร้อนระอุย่างต่อเนื่อง โดยปธน.ทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่รัฐเคนทักกีเมื่อวันที่ 11 มี.ค. โดยยังคงย้ำคำเดิมว่าสงครามจะจบลงในไม่ช้า แต่ในขณะเดียวกันตนก็ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ จะยังคงปฏิบัติการต่อไปตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่าอิหร่านไม่มีความประสงค์ที่จะหาทางหยุดยิงอย่างแน่นอน

จากปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้ในปัจจุบัน สงครามระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงได้โดยง่าย และส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ต้องถูกปิดลง หรือไม่ก็ถูกโจมตีหากมีการละเมิดเข้าไปในพื้นที่ช่องแคบ ซึ่งทำให้นักลงทุนยังคงต้องจับตาต่อไปว่าจะมีสถานการณ์อาจขยายวงกว้างและมีความรุนแรงมากกว่านี้อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนที่ได้กล่าวไป อาจส่งผลให้ราคาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้น

ติดตามการประชุม FOMC ของเฟดในคืนวันพุธนี้

การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนวันพุธที่ 18 มี.ค. เฟดจะมีการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด จะมีการเปิดเผยมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของคณะกรรมการเฟด หรือที่เรียกว่า Dot Plot โดยข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ชี้ว่ามีความเป็นไปได้ถึง 97.3% ที่เฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ภายในคณะกรรมการเฟดยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยกลุ่มที่มีมุมมองเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ (สายเหยี่ยว) เช่น ผู้ว่าการเฟด นางมิเชล โบว์แมน และประธานเฟดสาขานิวยอร์ก / มินนีแอโพลิสได้แสดงความกังวลว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่อาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง จึงเห็นว่าเฟดควรคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไป ในทางตรงกันข้าม กลุ่มที่มีมุมมองผ่อนคลาย (สายนกพิราบ) เช่น ผู้ว่าการเฟด สายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ และนายสตีเฟน มิแรน ได้มองว่าการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเป็นเพียงแรงกระแทกต่อเงินเฟ้อในระยะสั้น (One-off shock) ซึ่งไม่น่าจะส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อในระยะยาว จึงเปิดโอกาสให้เฟดสามารถพิจารณาลดดอกเบี้ยได้ในอนาคต

นอกจากประเด็นเงินเฟ้อแล้ว อีกเรื่องสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามคือแนวทางการใช้นโยบาย QE ของเฟดในระยะต่อไป โดยตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค. – ปัจจุบัน เฟดได้เพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งโครงสร้างการทำ QE ในลักษณะนี้ทำให้สภาพคล่องที่เพิ่มเข้าสู่ระบบการเงินอาจยังไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจจริงอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการเฟด นางมิเชล โบว์แมน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลเสถียรภาพของระบบธนาคารสหรัฐฯ ยังได้แสดงความกังวลว่า ธนาคารขนาดใหญ่จำนวนมากกำลังกักตุนเงินสดหรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง แทนที่จะปล่อยสินเชื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และทางฝั่งธนาคารขนาดเล็กยังมีแนวโน้มหลีกเลี่ยงการกู้ยืมเงินจากเฟดผ่านช่องทาง Discount Window เพื่อเสริมสภาพคล่อง เนื่องจากธนาคารกังวลว่าการใช้เครื่องมือดังกล่าวอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่เป็นผู้ฝากเงิน และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงของการเกิด Bank Run

จากปัจจัยทั้งหมดนี้ นักลงทุนจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า พาวเวลจะส่งสัญญาณต่อทิศทางนโยบายการเงินอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราดอกเบี้ย ตัวเลข Dot Plot มุมมองต่อเงินเฟ้อและตลาดแรงงาน รวมถึงแนวทางการบริหารสภาพคล่องของเฟดในอนาคต โดยหากพาวเวลส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลายต่อเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน หรือแนวทางการทำ QE ราคาทองคำอาจมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น แต่หากเฟดเลือกใช้ท่าทีระมัดระวังและรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจเพิ่มเติม อาจทำให้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันและปรับตัวลดลงได้เช่นกัน

จับตาดัชนี PPI คืนวันพุธนี้

ในคืนวันพุธที่ 18 มี.ค. หน่วยงานกระทรวงแรงงาน (BLS) ของสหรัฐฯ จะมีการเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือน ก.พ. ที่อาจมีการขยายตัวสูงกว่าครั้งก่อน เนื่องจากก่อนหน้านี้ นักวิจัยของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก (Fed New York) ได้กล่าวว่ามาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ได้ส่งผลให้ต้นทุนของประชาชน / นิติบุคคลอเมริกันรับรู้ผลกระทบไปแล้วกว่า 90% ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั้งฝั่งผู้ผลิต / ผู้บริโภคมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่นายสตีเฟน สแตนลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ จาก Santander U.S. Capital Markets กล่าวว่า กระบวนการของการส่งผ่านต้นทุน (Pass-through) นี้อาจคงอยู่ต่อไปอีกสักระยะ เนื่องจากต้นทุนปัจจัยการผลิตยังคงเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าระดับภาษีศุลกากรจะเริ่มทรงตัวแล้วก็ตาม

จากปัจจัยที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ทำให้มีแนวโน้มว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนี PPI ได้มีการขยายตัว 2 เดือนติดต่อกัน จากเดือน ธ.ค. – ม.ค. อยู่ที่ระดับ 0.5% ในขณะที่ดัชนี Core PPI ที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ได้มีการขยายตัวขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน จากเดือน ธ.ค. และ ม.ค. ที่ระดับ 0.7% และ 0.8% ตามลำดับ และยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากผลกระทบภาษี ซึ่งหากดัชนีดังกล่าวยังมีการขยายตัวต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยลบต่อทองเนื่องจากตลาดอาจกังวลเงินเฟ้อที่กำลังถูกส่งตรงมายังผู้บริโภค แต่หากดัชนีเริ่มมีการหดตัว ก็อาจส่งผลบวกต่อทอง เนื่องจากเงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงและเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ยได้โดยง่ายขึ้น

จับตาความไม่แน่นอนในการเตรียมประชุมซัมมิตระหว่าง สี – ทรัมป์

รัฐบาลจีนไม่พอใจกับการวางแผนที่ล่าช้าก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางมาถึงจีนในวันที่ 31 มี.ค. เนื่องจากการที่ทำเนียบขาวละทิ้งธรรมเนียมปฏิบัติมาตรฐานของจีน ที่มักจะให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เดินทางมาเตรียมล่วงหน้าหลายเดือนก่อนการเยือนระดับรัฐ (State Visit) ทั้งนี้ ในกำหนดการเดิม นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน คาดว่าจะร่วมประชุมกันที่ปารีสในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อหารือเรื่องการค้า ซึ่งความล่าช้าที่คณะผู้แทนสหรัฐฯ – จีน จะเข้าพบกันเพื่อปูทางไปสู่การพบปะระหว่างปธน.ทรัมป์ – สี จิ้นผิง ส่วนหนึ่งมาจาก 1.ทรัมป์และคณะทำงานกำลังวุ่นอยู่กับสงครามในอิหร่าน 2.นโยบายภาษีที่ต้องเร่งรีบปรับโครงสร้างภาษีใหม่หลังจากศาลฎีกาตัดสินว่าโครงสร้างเดิมผิดกฎหมาย และ 3.ความพยายามยุติสงครามและทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างยูเครน – รัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ จีนเคยเสนอให้ทรัมป์เดินทางมาในช่วงปลายเดือนเม.ษ.เพื่อให้มีเวลาเตรียมการมากขึ้น แต่สุดท้ายกำหนดการยังคงเป็นสิ้นเดือนมี.ค.นี้

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้นักลงทุนยังคงต้องติดตามต่อไปว่า ผู้แทนระหว่างสหรัฐฯ – จีน จะเข้าไปเจรจาหารือเพื่อปูทางไปยังการพบปะกันระหว่างปธน.สี จิ้นผิง – ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้อย่างราบรื่นหรือไม่ เนื่องจากว่าหากการปูทางดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยดี อาจทำให้ตลาดเริ่มรับรู้ถึงความตึงเครียดทางการค้าที่ผ่อนคลายลง เป็นปัจจัยลบต่อทอง แต่หากในเบื้องต้น การพบปะระหว่างผู้แทนการค้ายังมีความล่าช้า ก็อาจทำให้ทองคำปรับตัวขึ้นจากความไม่แน่นอนได้เช่นกัน

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน ก.พ. เทียบรายเดือน / รายปี
  • การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) / ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ
  • -การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
  • การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE)
  • จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)

แนวโน้มราคาทอง

ราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้คาดว่าในทางเทคนิคยังคงอยู่ในระยะ Symmetrical triangle หลังจากทองคำยังคง Price Inรับรู้เรื่องราคาพลังงานที่อาจมีผลต่อเงินเฟ้อ และการแข็งค่าของดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ภาพรวมของโครงสร้างราคายังไม่ได้เป็นขาลง ซึ่งอาจเป็นการสะท้อนถึงภาวะ “ย่อตัว สร้างฐาน และลุ้นขึ้นต่อ” ที่มีปัจจัยเรื่องความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัจจัยหนุน โดยปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 5,330 – 5,430 ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาทองคำทะลุแนวต้านดังกล่าว อาจทำให้ราคาทองคำอาจทำ High เดิมที่ 5,600 ดอลลาร์ตามเส้นที่ 1 ของ Fibonacci อย่างไรก็ตาม หากทองคำยังไม่สามารถทะลุขึ้นแนวต้านดังกล่าวได้ อาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 5,000 – 4,850 ดอลลาร์ ตามบริเวณเส้นที่ 0.5 และ 0.382 ของ Fibonacci ตามลำดับ ซึ่งหากหลุดแนวรับดังกล่าว อาจทำให้ราคาทองคำทำ New Low ทดสอบแนวรับที่ 4,670 ดอลลาร์ ตามเส้น 0.236 ของ Fibonacci ได้เช่นกัน

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 76,650 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 76,000 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 78,850 บาท และ 79,600 บาท

image 167

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 16-03-2569

08:56 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 16-03-2569

08:51 น.

 
Cover 1000x670 06

Derivative Recap 16-03-2569

08:37 น.

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 13-03-2569

15:59 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า