Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

สหรัฐฯ-อิหร่าน จ่อปะทะเดือด ซ้ำเติมดอลลาร์ไร้เสถียรภาพดันทอง New High,จับตาเควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่

02 กุมภาพันธ์ 2569|09:21 น.

Gold Bullish

  • ความขัดแย้งสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงตึงเครียด
  • สหรัฐฯ (อาจ) กำลังแทรกแซงค่าเงินดอลลาร์ กระทบเงินเยนแข็งค่า

Gold Bearish

  • ปธน.ทรัมป์ ได้เลือกนายเควิน วอร์ช ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่
  • ประชุมเฟดวันที่ 28 ม.ค. เฟดยังคงดอกเบี้ย กระตุ้นดอลลาร์แข็งค่า

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) เริ่มกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง หลังจากที่
ปธน.ทรัมป์ได้แต่งตั้งนายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟดสายเหยี่ยว (Hawkish) เป็นประธานเฟดคนต่อไป ขณะที่ผลกระทบจากการประชุม FOMC ยังคงแสดงออกมาว่า เฟดยังคงกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวสูง อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

ปธน.ทรัมป์ ได้เลือกนายเควิน วอร์ช ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่

ต่อเนื่องมาจากเมื่อสัปดาห์ก่อน ปธน.ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า ตนจะประกาศชื่อผู้ที่เสนอเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนต่อไปในวันที่ 30 ม.ค. นี้ หลังจากทรัมป์ได้ไปงานเปิดตัวภาพยนตร์ของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง นางเมลาเนีย ทรัมป์ ในขณะที่ตลาดกำลังคาดการณ์ว่า อดีตผู้ว่าการเฟด เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) กลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่างท่วมท้นที่จะได้รับเลือก โดยมีโอกาสพุ่งสูงถึง 96% ซึ่งก่อนหน้านี้ในวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ทรัมป์จะประกาศ นายสก๊อต เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ได้กล่าวว่า ทรัมป์จะประกาศรายชื่อผู้เสนอเป็นประธานเฟดใน “สัปดาห์หน้า”
ท้ายที่สุด เมื่อคืนวันที่ 30 ม.ค. เวลา 19.30 น. ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศให้นายเควิน วอร์ช ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนต่อไป หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดคนปัจจุบัน จะหมดวาระลงในเดือน พ.ค. 2026 โดยวอร์ชมีประสบการณ์ในตำแหน่งรองประธาน (Vice President) และผู้อำนวยการบริหาร (Executive Director) ในแผนก Mergers & Acquisitions (M&A) มา 7 ปี ตั้งแต่ปี 1996 – 2002 และได้รับตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษด้านนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบุช และเป็นเลขาธิการบริหารของสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (National Economic Council) ในสมัยปธน.จอร์จ ดับเบิลยู บุช ในปี 2002-2006 อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้วอร์ชดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดในปี 2006 และในช่วงวิกฤติการเงินปี 2008 วอร์ชได้ทำหน้าที่เป็น “ทูตของ Fed ประจำ Wall Street” ในสมัยอดีตประธานเฟด นายเบน เบอร์นันเก้  และทำให้เฟดสามารถช่วยเหลือธนาคารพาณิชย์ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น เพื่อช่วยกู้วิกฤติสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์สหรัฐฯ ในขณะนั้น แต่ในท้ายที่สุด วอร์ชได้ลาออกจากบอร์ดเฟดในเดือนม.ค. ปี 2011 เนื่องจากวอร์ชชี้ว่า การพิมพ์เงินและการกดดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป “เอื้อประโยชน์ต่อคนรวยที่มีสินทรัพย์ (หุ้น/ที่ดิน)” แต่ “ทำร้ายคนจนและชนชั้นกลางที่ฝากเงิน” ซึ่งเป็นการขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำ จากเหตุการณ์ข้างต้น ทำให้ตลาดยังคงต้องจับตาดูต่อไปว่า หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ ได้เลือกนายเควิน วอร์ช ขึ้นมาเป็นประธานเฟดคนต่อไปแล้ว วอร์ชจะมีมุมมองหรือนโยบายทางการเงินอย่างไรต่อเฟด และตลาดจะเลือกตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานนี้อย่างไรต่อไป เนื่องจากว่าวอร์ชมีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะ “สายเหยี่ยว” ด้านเงินเฟ้อ (Inflation hawk) ซึ่งเป็นปัจจัยที่เป็นลบกับทองคำ แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วอร์ชได้ปรับตัวเข้าหาปธน.ทรัมป์ โดยการออกมาโต้แย้งต่อสาธารณะเพื่อลดอัตราดอกเบี้ย

ความขัดแย้งสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงตึงเครียด

ปธน.ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันที่ 28 ม.ค. โดยกล่าวว่า กองเรือรบขนาดมหึมากำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน และเป็นกองเรือที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ถูกส่งไปยังเวเนซุเอลา นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งคำกล่าวของทรัมป์สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ทรัมป์ข่มขู่มาตลอดว่าจะเข้าแทรกแซงหากอิหร่านไม่หยุดสังหารผู้ประท้วง แม้ว่าการชุมนุมจะเบาลงในภายหลังก็ตามที ในขณะที่ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า สหรัฐฯ จะเล่นงานอิหร่านถ้ายังกลับมาทำโครงการนิวเคลียร์อีก หลังถูกอิสราเอลและสหรัฐฯโจมตีโรงงานหลักไปแล้วในเดือน มิ.ย.2025 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทางด้านสหภาพยุโรป (EU) ได้เตรียมรวมกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRBC) เป็นองค์กรก่อการร้าย หลังฝรั่งเศสกล่าวในวันที่ 28 ม.ค.ว่าจะสนับสนุนความเคลื่อนไหวนี้ และในวันที่ 29 ม.ค. รมว.ต่างประเทศ EU จะประชุมกันในกรุงบรัสเซลส์ และลงนามมาตรการคว่ำบาตรฉบับใหม่ตอบโต้การที่อิหร่านปราบปรามผู้ชุมนุม

ในทางฝั่งอิหร่าน นายคาเซม การิบาบาดี รมว.ช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้กล่าวว่า อิหร่านจะตอบโต้ด้วยมาตรการที่เหมาะสมต่อการดำเนินการทางทหารใด ๆ ที่มุ่งโจมตีอิหร่าน นอกจากนี้ นายโมฮัมหมัด อักบาร์ซาเดห์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวว่า อิหร่านพร้อมควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งทางบก ทะเล และอากาศ และประเทศใดก็ตามที่สนับสนุนการต่อต้านอิหร่านจะถือเป็นศัตรูกับอิหร่านด้วย นอกจากนี้ อิหร่านได้นำโดรนสังหารที่ผลิตขึ้นภายในประเทศจำนวน 1,000 ลำเข้าประจำการยังเหล่าทัพต่าง ๆ ได้แก่ กองทัพบก กองกำลังป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากสหรัฐฯ อีกทั้งกองเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) จะจัดการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 1-2 ก.พ.นี้ 

จากข้อมูลข้างต้น ทำให้ตลาดยังคงต้องจับตาในสัปดาห์นี้ว่า สหรัฐฯ-อิหร่าน จะมีแนวโน้มยกระดับความรุนแรงในการปะทะกันหรือไม่ หากมีการปะทะเกิดขึ้น อาจส่งผลให้ราคาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้น จากความไม่สงบในตะวันออกกลางเกิดการปะทุขึ้น

สหรัฐฯ (อาจ) กำลังแทรกแซงค่าเงินดอลลาร์ กระทบเงินเยนแข็งค่า

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ได้ชื่นชมเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเมื่อวันที่ 28 ม.ค. หลังจากวันที่ 27 ม.ค. คำกล่าวของ ปธน.ทรัมป์ ได้ส่งผลให้สกุลเงินสหรัฐฯ อ่อนค่าลงโดยเบสเซนต์ได้กล่าวว่า นโยบายดอลลาร์แข็งค่าหมายถึงการวางรากฐานปัจจัยพื้นฐานที่ถูกต้อง และหากสหรัฐฯ มีนโยบายที่มั่นคง เงินก็จะไหลเข้ามายังสหรัฐฯ เอง พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่มีการแทรกแซงอย่างเด็ดขาด และสหรัฐฯ มีนโยบายทำให้ดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งคำกล่าวของเบสเซนต์เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ตลาดการเงินได้ขายดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อเงินเยน ทั้งนี้ นักยุทธศาสตร์มหภาคของ Bloomberg นายทาเทียนา ดารี ได้กล่าวว่า คำพูดของเบสเซนต์ หลังจากเหตุการณ์ดอลลาร์ร่วงในรอบ 4 ปี ซึ่งเกิดจากคำพูดของปธน.ทรัมป์ ดูเป็นความพยายามที่จะทำให้ตลาดสงบลง แต่ไม่อาจที่จะเปลี่ยนแปลงการอ่อนค่าของดอลลาร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่เฟดสาขานิวยอร์ก (NY Fed) ได้มีการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน (Rate checks) และได้คาดการณ์ว่า สหรัฐฯ อาจร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นในการขายดอลลาร์เพื่อแลกเป็นเงินเยนตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. ซึ่งทำให้เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นายแพท ล็อค นักยุทธศาสตร์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนจาก JPMorgan Chase & Co. กล่าวว่า ความคิดเห็นของเบสเซนต์เกี่ยวกับการไม่แทรกแซง ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของการใช้วาทศิลป์เพื่อโน้มน้าวตลาด (Jawboning) หรือแม้แต่การแทรกแซงจริงออกไป แม้จะย้ำจุดยืนของการไม่เข้าแทรกแซงก็ตาม

ในทางฝั่งของญี่ปุ่น เมื่อวันอังคารที่ 27 ม.ค. นางซัตสึกิ คาตายามะ ได้กล่าวว่า ทางการญี่ปุ่นได้มีความพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อจัดการกับการอ่อนค่าของเงินเยน และพร้อมที่จะดำเนินการตอบสนองที่เหมาะสมต่อการเคลื่อนไหวของสกุลเงินต่อไป ทำให้จากข้อมูลที่ได้กล่าวไปในข้างต้น สามารถสันนิษฐานได้ว่า การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์นั้น คือการที่เงินทุนกำลังเคลื่อนย้ายไปยังเงินเยน ซึ่งส่งผลให้ทองคำอาจได้รับปัจจัยบวกอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ จากความไม่มีเสถียรภาพของเงินดอลลาร์

ประชุมเฟดวันที่ 28 ม.ค. เฟดยังคงดอกเบี้ย กระตุ้นดอลลาร์แข็งค่า

เมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค. เฟดได้มีมติ 9:2 ให้คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ซึ่งนับว่าการคงดอกเบี้ยครั้งแรกในปี 2026 หลังจากลดดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกันในเดือน ก.ย. , ต.ค. และ ธ.ค. 2025 โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ได้กล่าวว่า ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ในขณะนี้บ่งชี้ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง ขณะที่การเพิ่มขึ้นของจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ และอัตราการว่างงานได้ส่งสัญญาณบางประการถึงความมีเสถียรภาพ ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงกว่า 2% ในระยะยาว โดยการพิจารณาเรื่องขนาดและเวลาของการปรับช่วงเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเพิ่มเติมนั้น คณะกรรมการเฟดจะใช้ความระมัดระวังในการประเมินข้อมูลเศรษฐกิจที่จะได้รับในวันข้างหน้า รวมทั้งแนวโน้มของพัฒนาการทางเศรษฐกิจ และสมดุลของความเสี่ยงของเศรษฐกิจต่อไป ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร (Treasury constant maturities) อายุ 10 ปี ณ วันที่ 28 ม.ค. จะอยู่ที่ 4.26% มาหักลบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรหลักหักเงินเฟ้อ (Inflation indexed) อายุ 10 ปี ณ วันที่ 12 ม.ค. อยู่ที่ 1.90% จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อที่ตลาดคาดการณ์ในอีก 10 ปีจะยังคงอยู่ที่ 2.36% ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อยังมีแนวโน้มทรงตัวสูงตามที่พาวเวลกล่าว และอาจทำให้เฟดต้องคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น เนื่องจากตลาดแรงงานยังสามารถทรงตัวได้แม้เฟดจะยังคงดอกเบี้ย ซึ่งอาจทำให้ทองคำได้รับผลกระทบจากเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าในภายหลังได้

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์หน้า

  • ดัชนี PMI ภาคการผลิต / บริการจาก ISM เดือนม.ค.
  • ดัชนีราคาภาคการผลิตจาก ISM เดือนม.ค.
  • จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่จาก JOLTS เดือน (ล้านตำแหน่ง) เดือนธ.ค.
  • การจ้างงานนอกภาคเกษตรจาก ADP เดือนม.ค.
  • การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และ การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)
  • จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง เทียบรายเดือน / รายปี เดือนม.ค.
  • การจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือนม.ค.
  • อัตราการว่างงาน เดือนม.ค.

แนวโน้มราคาทอง

ราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้คาดว่าในทางเทคนิคมีการปรับฐานลงระยะสั้นหลังทำ All Time High แต่โดยภาพรวมของโครงสร้างราคายังไม่ได้เสียทรงขาขึ้น ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงภาวะ “ย่อตัวลงเพื่อขึ้นต่อ” หลังจากที่ตลาดได้รับรู้ถึงเรื่องที่นายสก๊อต เบสเซนต์ ได้กล่าวถึงเงินดอลลาร์ที่ต้องแข็งค่า และนายเจอโรม พาวเวล ที่ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการคงดอกเบี้ย เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง และการจ้างงานยังอยู่ในจุดที่ยอมรับได้ รวมถึงแนวโน้มประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,570 และ 4,400 ดอลลาร์ ซึ่งอาจกระตุ้นแรงซื้อในตลาดทองคำได้รอบใหม่ อย่างไรก็ตาม หากตลาดรับรู้ปัจจัยบวกจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านที่ยืดเยื้อ และแนวโน้มดอลลาร์อ่อนค่า / เยนแข็งค่า อาจทำให้ทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 5,030 และ 5,130 ดอลลาร์ ซึ่งหากทะลุต้านดังกล่าว อาจทำให้ราคาทองคำทำ All Time High ต่อเนื่องขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 6,000 ต่อไปได้ โดยอ้างอิงจาก Bank of America (BoFA) ที่ได้อ้างอิงถึงกระแสการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (De-dollarization)

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 68,650 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 67,500 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 74,000 บาท และ 75,150 บาท

image 10

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 02-02-2569

15:42 น.

 
Cover 1000x670 02

Night Recap Gold Futures 02-02-2569

15:20 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 02-02-2569

09:05 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 02-02-2569

08:44 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า